ราชอาณาจักรกัมพูชา
Kingdom of Cambodia

ข้อมูลทั่วไป
 
ที่ตั้ง ตั้งอยู่กลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทิศเหนือติดกับประเทศไทย (จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์) และลาว (แขวง อัตตะปือและจำปาสัก) ทิศตะวันออกติดเวียดนาม (จังหวัดกอนทูม เปลกู ซาลาย ดั๊กลั๊ก ส่องแบ๋ เตยนิน ลองอาน ด่งท๊าบ อันซาง และเกียงซาง) ทิศตะวันตกติดประเทศไทย (จังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และตราด) และทิศใต้ติดอ่าวไทย
พื้นที่ 181,035 ตารางกิโลเมตร หรือมีขนาดประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศไทย เส้นเขตแดนโดยรอบประเทศยาวประมาณ 2,000 กิโลเมตร โดยมีเส้นเขตแดนติดต่อกับประเทศไทยยาว 798 กิโลเมตร
เมืองหลวง ราชธานีพนมเปญ
ประชากร 14.45 ล้านคน (2552)
ภาษาราชการ ภาษาเขมร
ศาสนา พุทธเถรวาท (มหานิกาย ร้อยละ 90 และธรรมยุตินิกาย)

การเมืองการปกครอง

ประมุข พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี
ผู้นำรัฐบาล สมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีต่างประเทศ นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ
ระบอบการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ
เขตการปกครอง ตามกฤษฎีกา ลงนามโดย นรม.กพช. เมื่อ 12 ม.ค. 2552 กำหนดให้มีการแบ่งเขตการปกครอง ดังนี้:แบ่งเป็น 1 ราชธานี (พนมเปญ) และ 23 จังหวัด ได้แก่ กระแจะ เกาะกง กันดาล กัมปงจาม กัมปงชนัง กัมปงธม กัมปง สะปือ กัมปอต ตาแก้ว รัตนคีรี พระวิหาร พระตะบอง โพธิสัต บันเตียเมียนเจย ไปรเวง มณฑลคีรี สตึงเตรง สวายเรียง เสียมราฐ อุดรมีชัย ไพลิน แกบ และพระสีหนุ และแต่ละจังหวัดจะมีศูนย์กลางการปกครองเรียกว่า (อำเภอเมือง) เรียกว่า “กรุง” นอกจากนี้ยังมีเมืองสำคัญที่มีฐานะเป็น “กรุง” อีก 3 แห่ง คือ กรุงปอยเปต (จ. บันเตียเมียเจย) กรุงบาเว็ต (จ. สวายเรียง) และกรุงสวง (จ.กำปงจาม)
วันชาติ 9 พฤศจิกายน 2496
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 19 ธันวาคม 2493

เศรษฐกิจการค้า

หน่วยเงินตรา เรียล (1 เรียล ประมาณ 0.0083 บาท)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ 10.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2552)
รายได้ประชาชาติต่อหัว 635 ดอลลาร์สหรัฐ* (2552)
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ -1.5 (2552)
สินค้านำเข้าสำคัญ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร ยานพาหนะ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องดื่ม ผ้าผืน และผลิตภัณฑ์ยาง
สินค้าส่งออกสำคัญ เสื้อผ้า สิ่งทอ รองเท้า ปลา ไม้ ยางพารา บุหรี่ ข้าว และข้าวโพด

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา

1. ภาพรวมความสัมพันธ์ทั่วไป
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชาเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2493 โดยจะครบรอบความสัมพันธ์ 60 ปี ในปี 2553 ปัจจุบัน เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ คือ นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ ได้แก่ สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร 3 เหล่าทัพ สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายการพาณิชย์ และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ประจำการอยู่ในกัมพูชาด้วย ในส่วนของกัมพูชา มีนาง You Ay เป็นเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย โดยมีสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำการอยู่ในกรุงเทพฯ และมีสถานกงสุลใหญ่ ประจำจังหวัดสระแก้วด้วย
กัมพูชาและไทยมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศาสนา และรูปแบบการดำรงชีวิตของประชาชนที่คล้ายคลึงกัน มีความสัมพันธ์ในระดับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนบริเวณแนวชายแดนที่ใกล้ชิด และมีการแลกเปลี่ยนทางการค้าปริมาณมาก (สินค้าเกษตร และเครื่องอุปโภคบริโภค) อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาผกผันบ่อยครั้ง สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การเมืองภายใน การปลุกกระแสชาตินิยมในหมู่ประชาชน และปัญหาเขตแดน
กัมพูชาเคยประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 สมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2501 (สถาปนาความสัมพันธ์กลับคืนในเดือนกุมภาพันธ์ 2502) และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2504 (สถาปนาความสัมพันธ์กลับคืนในปี 2509 สมัยจอมพลถนอม กิตติขจร) โดยทั้ง 2 กรณี มีสาเหตุมาจากข้อพิพาทเรื่องเขาพระวิหาร
นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์เผาสถานทูตไทยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2546 จากกรณีที่มีรายงานข่าวในกัมพูชาว่า นักแสดงชาวไทย (กบ-สุวนันท์ คงยิ่ง) กล่าวดูหมิ่นชาวกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลไทย (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตลง (เหลือเป็นระดับอุปทูตเช่นในปัจจุบัน)

2. ความสัมพันธ์ด้านการเมือง
กลไกการเจรจาหารือทวิภาคีที่สำคัญ คือ คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ ทวิภาคี ไทย-กัมพูชา (Joint Commission on Bilateral Cooperation – JC) ซึ่งเป็นเวทีสำหรับการเจรจา/ตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยว ฯลฯ โดยได้มีการประชุมครั้งแรกเมื่อปี 2538 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และครั้งล่าสุด คือ การประชุม JC ครั้งที่ 6 ณ กรุงเทพฯ 6 เมื่อวันที่ 4 - 5 สิงหาคม 2552
สำหรับการเจรจาหารือเรื่องเขตแดน มีกลไกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา JBC (Joint Boundary Commission) เป็นเวทีหลัก โดยในชั้นนี้ มีการประชุมแล้ว 3 ครั้ง ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 ณ กรุงพนมเปญ
นอกจากนี้ ยังมีกลไกความร่วมมือด้านการทหาร โดยมี คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย – กัมพูชา (General Border Committee) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศเป็นประธาน และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย – กัมพูชา (Regional Border Committee – RBC) ซึ่งมีแม่ทัพของแต่ละภูมิภาคทหารของทั้งสองฝ่ายเป็นประธาน
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันความสัมพันธ์ไทย – กัมพูชาอยู่ในสภาวะไม่ปกติ นับตั้งแต่ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลและที่ปรึกษาส่วนตัว (ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2552) และดำเนินการแทรกแซงกิจการภายในไทย เป็นเหตุให้เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2552 กระทรวงการต่างประเทศเรียกเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กลับประเทศไทย และมีมาตรการตอบโต้ทางการทูตระหว่างกัน

3. ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ
3.1 การค้า
การค้ารวมระหว่างไทยกัมพูชาปี 2552 มีมูลค่า 56,578.4 ล้านบาท (1,658.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ลดลงจากระยะเดียวกันของปี 2551 ร้อยละ 19 จำแนกเป็นมูลค่าการส่งออก 53,918.4 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19 มูลค่าการนำเข้า 2,659.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11 โดยไทยได้เปรียบดุลการค้า 51,258.4 ล้านบาท สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปกัมพูชา ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำตาลทราย ปูนซีเมนต์ เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว ผ้าผืน สินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ เป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญจากกัมพูชาได้แก่ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค แร่และผลิตภัณฑ์จากแร่ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์
การค้าชายแดน ปี 2552 มีมูลค่า 45,374.6 ล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันของปี 2551 ร้อยละ 9.8 เป็นมูลค่าการส่งออก 42,879.3 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.5 และมูลค่าการนำเข้า 2,495.3 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 15 ซึ่งไทยได้เปรียบดุลการค้าชายแดน 40,384.1 ล้านบาท ทั้งนี้ สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ น้ำตาล น้ำมันเชื้อเพลิง สุกรมีชีวิต ปูนซีเมนต์ ยางรถยนต์และรถจักรยานยนต์ อาหารสัตว์ น้ำอัดลม เครื่องยนต์เบนซิน/ดีเซล อะไหล่รถจักรยานยนต์ ผ้าถักแบบนิตหรือแบบโครเชต์ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ถั่วเหลือง มันสำปะหลัง ข้าวโพด เศษเหล็ก เศษอะลูมิเนียม เศษทองแดง เศษกระดาษ เมล็ดพืชและผลไม้อย่างอื่นที่มีน้ำมัน แคลเซียมฟอสเฟตธรรมชาติ ไม้แปรรูป
3.2 การลงทุน
นับตั้งแต่รัฐบาลกัมพูชาได้มีกฎหมายการลงทุนเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2537 จนถึงกันยายนปี 2552 ประเทศไทยเป็นผู้ลงทุนอันดับ 5 มีจำนวนเงินลงทุน 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รองจากมาเลเซีย จีน ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ในปี 2551 ไทยมีโครงการที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกัมพูชา (Cambodian Investment Board: CIB) จำนวน 4 โครงการ เป็นเงินลงทุนมูลค่า 30.67 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้แก่ การผลิตอ้อยและน้ำตาลของกลุ่มบริษัท Thai Beverage ธุรกิจภาคการขนส่งเพื่อสร้างท่าเรือโดยบริษัทในกลุ่มบริษัทน้ำตาลขอนแก่นของไทย และการลงทุนของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ เกี่ยวกับโรงพยาบาลนานาชาติในนามบริษัท Phnom Penh Medical Service จำกัด สำหรับปี 2552 ไทยลงทุนเป็นลำดับที่ 6 มีจำนวน 5 โครงการ เงินลงทุนมูลค่า 15.5 ล้านเหรียญสหรัฐ มากเป็นอันดับที่ 2 ของเงินลงทุนที่ได้รับอนุมัติทั้งหมด รองจากจีน ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป 1 โครงการ อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร 3 โครงการ และอุตสาหกรรมผลิตรองเท้า 1 โครงการ
3.3 การท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวในกัมพูชาในปี 2552 มีจำนวนมากเป็นอันดับ 8 โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 102,018 คน รองจากเวียดนาม เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ซึ่งมีจำนวนลดลงจากปี 2551 ร้อยละ 6.42 ในขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวกัมพูชาได้เข้ามาท่องเที่ยวในไทยระหว่างเดือนมกราคม - ตุลาคม 2552 มีจำนวน 81,452 คน ซึ่งมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2551 ร้อยละ 8.30 ซึ่งมีจำนวน 75,208 คน

4. ความสัมพันธ์ด้านการต่างประเทศ
4.1 การเยือนที่สำคัญ
4.1.1 ฝ่ายไทย
พระราชวงศ์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
- วันที่ 25 - 27 สิงหาคม พ.ศ. 2535 เสด็จฯ เยือนกรุงพนมเปญ ในฐานะพระราช
อาคันตุกะของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ
- วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2536 เสด็จฯ เยือนโรงพยาบาลและโรงเรียนในจังหวัดเกาะกง (เสด็จฯ โดยเรือหลวงกระบุรีจากจังหวัดตราด)
- วันที่ 12 - 18 มกราคม พ.ศ. 2536 เสด็จฯ เยือนกัมพูชา เพื่อทอดพระเนตรและศึกษา
สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของกัมพูชาในกรุงพนมเปญและเมืองเสียมราฐในฐานะพระราชอาคันตุกะของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ
- วันที่ 1 - 2 สิงหาคม พ.ศ. 2539 เสด็จฯ นำคณะนักเรียนจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ เยือนกัมพูชา เพื่อศึกษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในเมืองเสียมราฐ
- วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2542 เสด็จฯ นำคณะนักเรียนจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ เยือนกัมพูชา เพื่อศึกษาปราสาทบันเตียชมาร์ นครวัด นครธมและปราสาทบายน
- วันที่ 7 - 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 เสด็จฯ เยือนจังหวัดเสียมราฐ และจังหวัด กำปงธม เพื่อศึกษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของกัมพูชา
- วันที่ 15 - 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 เสด็จฯ นำคณะกรรมการมูลนิธิอานันทมหิดล เยือนกัมพูชา เพื่อศึกษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนโรดม สีหนุ
- วันที่ 16 - 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2544 เสด็จฯ เยือนกรุงพนมเปญ เพื่อเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ
- วันที่ 16 - 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 เสด็จฯ เยือนกรุงพนมเปญในฐานะอาคันตุกะของรัฐบาลกัมพูชา
- วันที่ 21 - 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 เสด็จฯ เยือนกัมพูชาเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทอดพระเนตรโครงการโรงเรียนพระราชทาน (โรงเรียนมัธยมกัมปงเฌอเตียล อำเภอสมโบร์ไพรกุก จังหวัดกัมปงธม)
- วันที่ 9 - 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 เสด็จฯ เยือนกัมพูชา เพื่อพระราชทานโรงเรียนมัธยมกัมปงเชอเตียล อำเภอสมโบร์ไพรกุก จังหวัดกัมปงธม

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
- วันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2536 เสด็จฯ เยือนจังหวัดพระตะบองและกรุง
พนมเปญ เพื่อนำคณะแพทย์ไปตรวจรักษาประชาชนชาวกัมพูชา และบรรยายสรุปเกี่ยวกับแผนอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา

รัฐบาล (ระหว่างปี พ.ศ. 2544 - 2552)
นายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร)
- วันที่ 18 - 19 มิถุนายน พ.ศ. 2544 เยือนกรุงพนมเปญ (ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง)
- วันที่ 3 - 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 เยือนกรุงพนมเปญ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด
อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงครั้งที่ 1 และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 8
- วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 เยือนเมืองเสียมราฐ เพื่อเข้าร่วมการประชุม
คณะรัฐมนตรีร่วมไทย – กัมพูชา
- วันที่ 10 สิงหาคม 2549 เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ
นายกรัฐมนตรี (พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์)
- วันที่ 15 ตุลาคม 2549 เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ (ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง)
นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช
-วันที่ 3 – 4 มีนาคม 2551 เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ (ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง)
นายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์
นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
- วันที่ 12 มิถุนายน 2552 เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ (ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง)

4.1.2 ฝ่ายกัมพูชา
พระราชวงศ์ (ระหว่างปี พ.ศ. 2535 - 2552)
พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา
- วันที่ 11 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2549 เสด็จฯ เยือนประเทศไทยเพื่อทรงเข้าร่วมงานฉลองศิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

รัฐบาล (ระหว่างปี พ.ศ. 2544 - 2552)
นายกรัฐมนตรี (สมเด็จฮุน เซน)
- วันที่ 13 - 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
- วันที่ 31 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน พ.ศ. 2546 เยือนจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย – กัมพูชา
- วันที่ 13 - 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
- วันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2552 เยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ชะอำ-หัวหิน
- วันที่ 10 – 12 เมษายน 2552 เยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ที่พัทยา
- วันที่ 23 - 25 ตุลาคม 2552 เยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ที่ชะอำ-หัวหิน

5.ความตกลงที่สำคัญระหว่าง ไทย – กัมพูชา

(1) ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี
ลงนามเมื่อ 1 มกราคม 2537
(2) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว
ลงนามเมื่อ 29 มีนาคม 2538
(3) ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการชายแดน
ลงนามเมื่อ 29 กันยายน 2538
(4) ความตกลงว่าด้วยการค้า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ
ลงนามเมื่อ 20 มิถุนายน 2539
(5) ความตกลงทางวัฒนธรรม
ลงนามเมื่อ 21 มิถุนายน 2540
(6) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการปราบปรามการค้ายาเสพติด สารออก
ฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และสารตั้งต้น
ลงนามเมื่อ 6 พฤษภาคม 2541
(7) สนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
ลงนามเมื่อ 6 พฤษภาคม 2541
(8) ความตกลงว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบขนส่งทรัพย์สินทางวัฒนธรรมข้ามแดนและ การส่งคืนทรัพย์สินทางวัฒนธรรม
ลงนามเมื่อ 14 มิถุนายน 2543
(9) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก
ลงนามเมื่อ 14 มิถุนายน 2543
(10) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน
ลงนามเมื่อ 18 มิถุนายน 2544
(11) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต
ลงนามเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2544
(12) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาถนนหมายเลข 48 (เกาะกง - สแรอัมเบิล) และถนนหมายเลข 67 (สะงำ - อันลองเวง - เสียมราฐ)
ลงนามเมื่อ 31 พฤษภาคม 2546
(13) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการขจัดการค้าเด็กและหญิง และการ
ช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์
ลงนามเมื่อ 31 พฤษภาคม 2546
(14) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร
ลงนามเมื่อ 31 พฤษภาคม 2546
(15) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการจ้างแรงงาน
ลงนามเมื่อ 31 พฤษภาคม 2546
(16) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา
ลงนามเมื่อ 31 พฤษภาคม 2546
(17) พิธีสารยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางราชการ
ลงนามเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2549
(18) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสารสนเทศและกิจการวิทยุกระจายเสียง
และกิจการวิทยุโทรทัศน์ไทย - กัมพูชา
ลงนามเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2549
(19) ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการ
โอนตัวผู้ต้องคำพิพากษาและความร่วมมือในการบังคับใช้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา
ลงนามเมื่อ 5 สิงหาคม 2552


 

 

ช่องทางรับโปรโมชั่น พิเศษ!!


 

VISITOR

 สถิติวันนี้

616 คน

 สถิติเมื่อวาน

1758 คน

 สถิติเดือนนี้

สถิติปีนี้

สถิติทั้งหมด

27804 คน

229841 คน

3193724 คน

เริ่มเมื่อ 2012-06-11



   

     TOURISM AUTHORITY OF THAILAND
   LICENSE NO. 11/06794

 © 2011 Tourinloveallway  All rights reserved.


📞 02-174-2214-5 , 02-1742346-7
📱  088-886-0049 , 091-797-6745 , 088-449-2534
📩  tourinlove9@gmail.com
💬 line: @tourinlove
   facebook: http://www.facebook.com/ILoveTourInLove/
 follow us official