สาธารณรัฐกินี
Republic of Guinea
 
ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกา ทิศเหนือติดกับกินี-บิสเซา
เซเนกัล และมาลี ทิศตะวันออกติดกับมาลี และโกตดิวัวร์ ทิศใต้ติดกับ
ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน ทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก
พื้นที่ 245,857 ตารางกิโลเมตร (94,925 ตารางไมล์)
เมืองหลวง กรุงโคนักรี (Conakry)
เมืองสำคัญ Kankan Siguiri Kindia และ Boke
ภูมิอากาศอากาศร้อนชื้นทางภาคใต้ของประเทศ ฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงตุลาคม อุณหภูมิประมาณ 22-30 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ส่วนทางภาคเหนือของประเทศอากาศเย็น
และแห้ง
ประชากร 10,211,437 คน (กรกฎาคม 2551) ประกอบด้วยชนเผ่า Pheul
ร้อยละ 40 เผ่า Malinke ร้อยละ 30 เผ่า Soussou ร้อยละ 20
และชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ ร้อยละ 10
ศาสนา อิสลาม 85% คริสเตียน 8% ความเชื่อดั้งเดิม 7%
ภาษา ฝรั่งเศส เป็นภาษาราชการ
เชื้อชาติฝรั่งเศส เป็นภาษาราชการ ภาษาอื่น ๆ ได้แก่ Pular, Mandigue
และ Soussou
รูปแบบการปกครอง แบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข โดยประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร
ประมุขแห่งรัฐและผู้นำรัฐบาล ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นาย Capt. Moussa Dadis CAMARA (ดำรงตำแหน่งเมื่อ 22 ธันวาคม 2551) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นาย Kabine KOMARA เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2551

วันชาติ 2 ตุลาคม 2533 (วันที่ได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส)

การเมืองการปกครอง

1. ประวัติโดยสังเขป
• พื้นที่ของกินีในปัจจุบันเคยถูกรวมเข้ากับอาณาจักรต่างๆในแอฟริกาตะวันตก ได้แก่อาณาจักรกานา อาณาจักรมาลี และอาณาจักร Songhai ในช่วงศตวรรษที่ 10 จนถึงศตวรรษที่ 15 ที่ภูมิภาคนี้ได้ติดต่อค้าขายกับยุโรปนับจากศตวรรษที่ 15 ยุคอาณานิคมของกินีเริ่มต้นด้วยการขยายอิทธิพลของกองทัพฝรั่งเศสเข้าไปสู่ดินแดนแถบนี้ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 และแล้วกินีก็ได้ตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสนับตั้งแต่ ปี 2441 (ค.ศ.1989) เป็นต้นมาหลังจากพ่ายแพ้ให้กับกองทัพฝรั่งเศสที่นำโดยนาย Almamy Samory Tour? ซึ่งส่งผลให้ฝรั่งเศสเข้ามาควบคุมกินีและดินแดนใกล้เคียงได้มาถึงทุกวันนี้
• ฝรั่งเศสได้ทำการเจรจาตกลงเรื่องเขตแดนของกินีดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 โดยแบ่งเซียร์ราลีโอนให้เป็นของอังกฤษ อาณานิคมในอ่าวกินี (their Guinea colony) ที่เป็นกินีบิเซาในปัจจุบันและไลบีเรียแบ่งให้เป็นของโปรตุเกส ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส ประเทศกินีได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาจากดินแดนกินีที่อยู่ภายใต้เขตปกครองแอฟริกาตะวันตกของฝรั่งเศส โดยมีผู้ปกครองคือผู้สำเร็จราชการของฝรั่งเศสที่พำนักอยู่ในกรุงดาการ์ และมีผู้แทนแยกกันปกครองดูแลในอาณานิคมที่ต่างๆซึ่งรวมทั้งกินีด้วย

2.การเมืองการปกครอง
• ฝรั่งเศสเข้ายึดครองดินแดนกินีเป็นอาณานิคมโดยปกครองจากกรุงดาการ์ (ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของเซเนกัล) จนถึงปี 2434 เมื่อกินีได้กลายเป็นอาณานิคมปกครองตนเอง ต่อมาในปี 2550 พรรค Parti d?mocratique de Guin?e (PDG) ซึ่งก่อตั้งโดยนาย Ahmed S?ku Tour? ได้รับเลือกตั้งเป็นเสียงข้างมากในสภาแห่งดินแดนของกินี และปฏิเสธที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มประชาคมแอฟริกาของฝรั่งเศส ส่งผลให้ฝรั่งเศสถอนตัวออกจากกินี ซึ่งทำให้กินีรับเอกราชโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2501
• นาย Ahmed S?ku Tour? ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรก ได้เอนเอียงเข้าหากลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก ตลอดจนจัดการปกครองประเทศตามแนวลัทธิมาร์กซิส และปกครองแบบเผด็จการจนกระทั่งเสียชีวิตอย่างกระทันหันในปี 2527 คณะทหารนำโดยพลเอก Lansana Cont? จึงเข้ายึดอำนาจและเริ่มทำการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การเมืองยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของคณะทหาร
• ในปี 2534 ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งมีสาระให้เปิดเสรีทางการเมืองและอนุญาตให้มีระบบหลายพรรคการเมือง รวมทั้งแยกอำนาจบริหารนิติบัญญัติและตุลาการออกจากกันให้เด่นชัด และกำหนดให้ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจะต้องได้รับคะแนนเสียงข้างมากเด็ดขาด โดยจัดให้มีการลงคะแนนเสียง 2 รอบ สมาชิกรัฐสภามีจำนวน 114 คน โดย 3 ส่วนจะมาจากการเลือกตั้ง และ
1 ส่วนจะมาจากการแต่งตั้ง
• นาย Lansana Cont? ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรกในปี 2536 และได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งอย่างต่อเนื่องในปี 2541 และในปี 2546 ตามลำดับ โดยในปี 2546 ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประธานาธิบดีอยู่ในตำแหน่งจากเดิม 5 ปี เพิ่มเป็น 7 ปีด้วย
• ปัจจุบัน กินีมีพรรคการเมืองทั้งหมด 13 พรรค โดยพรรค Party for Unity and Progress (PUP) ของประธานาธิบดี Lansana Cont? ได้รับเสียงข้างมากในการเลือกตั้งเมื่อปี 2545 โดยได้ที่นั่งทั้งหมด 85 ที่นั่ง การเลือกตั้งสภานิติบัญญัติครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2551 ทั้งนี้ การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือนธันวาคม 2553
• เมื่อเดือนมกราคม 2550 ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นในกินี หลังจากสหพันธ์แรงงานใหญ่ในกินีได้เรียกร้องให้มีการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศเพื่อขับไล่ประธานาธิบดี โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมประท้วงกับตำรวจ ส่งผลให้เกิดการจราจลต่อเนื่องโดยรัฐบาลไม่อาจควบคุมสถานการณ์ ซึ่งในที่สุดประธานาธิบดีต้องยินยอมตามคำเรียงร้องของผู้ชุมนุมให้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเข้ามาทำหน้าที่บริหารแทนการรวบอำนาจไว้เอง อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งนาย Ahmed Tidiane Souar? เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2551 ถูกมองว่าเป็นการให้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จกับประธานาธิบดีอีกครั้ง เนื่องจากนาย Souar? เป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาและสนิทสนมกับประธานาธิบดีเป็นอย่างดี
•เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2551 ประธานาธิบดี Lansana Cont? ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากปัญหาสุขภาพที่เรื้อรังมาหลายปี เป็นโอกาสให้กองทัพนีนำโดยร้อยเอก Moussa Dadis Camara ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาล มีการประกาศยุบสภา ยกเลิกรัฐธรรมนูญและสถาบันสำคัญของรัฐ และตั้งสภาแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยและการพัฒนา (National Council for Democracy and Development) ขึ้นแทน โดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและขจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวงซึ่งฝักรากมาตลอด 25 ปีของรัฐบาลนายพล Cont?
•การทำรัฐประหารในครั้งนี้แม้ว่าจะมีความตึงเครียดแต่ถือได้ว่าเป็นไปอย่างสงบและไม่ปรากฎข่าวการใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีประชาชนหลายพันคนออกมารวมตัวกันสนับสนุนการรัฐประหารตามท้องถนนในกรุงโคนากรี รอบทำเนียบประธานาธิบดีและกระทรวงต่าง ๆ อย่างไรก็ดี ภายหลังการทำรัฐประหาร ประชาคมระหว่างประเทศได้ออกมาประณามการยึดอำนาจและกดดันให้ร้อยเอก Camara คืนอำนาจสู่ประชาชนโดยเร็วที่สุด ซึ่งรัฐบาลกินีได้ตอบรับข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยประกาศจัดการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในวันที่ 11 ตุลาคม 2552 และการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 13 ธันวาคม 2552 อนึ่ง หลายฝ่ายคาดว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้จะเป็นที่ยอมรับและอาจเป็นการเลือกตั้งที่เสรีและโปร่งใสที่สุดของกินีในรอบ 50 ปี

3. เศรษฐกิจและสังคม
• กินีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุ โดยเฉพาะบอกไซต์ ซึ่งมีปริมาณเกือบครึ่งหนึ่งของโลกและเป็นผู้ผลิตแร่บอกไซต์รายใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก นอกจากนี้ ยังมีทองคำและเพชรและแร่ธาตุอื่นๆ นับแต่ปี 2547 ความต้องการแร่ธาตุและราคาซื้อขายในตลาดโลกได้ส่งผลให้กินีมี การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และภาคเหมืองแร่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคิดเป็นร้อยละ 70 ของมูลค่าการส่งออก
• ภาคเกษตรกรรมยังคงเป็นหัวใจหลักของกินี โดยประชากรกว่าร้อยละ 70 ของประเทศอยู่ในภาคเกษตรกรรม สินค้าเกษตรที่สำคัญได้แก่ มันสำปะหลัง ข้าว และข้าวโพด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผลิตผลทางด้านเกษตรกรรมยังคงมีมูลค่าเพียงร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ และคิดเป็นร้อยละ 10 ของมูลค่าการส่งออก
• แม้ว่ากินีจะมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม กินียังคงประสบปัญหา การพัฒนาทางเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากความไม่มั่นคงทางการเมือง การคอรัปชั่นที่มีอยู่สูง ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน การขาดแรงงานมีฝีมือ ประกอบกับสถานการณ์การสู้รบในกินีบิสเซา เซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย ซึ่งส่งผลให้มีการอพยพจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในกินี ทั้งนี้ กินียังถูกจัดไว้เป็นลำดับที่ 9 ในตารางประเทศล้มเหลว (failed states) อย่างไรก็ตาม กีนีเริ่มพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) เพื่อ รื้อฟื้นโครงการพัฒนาและความช่วยเหลือเพื่อการปลดหนี้ที่เคยถูกยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2546
•สหประชาชาติจัดให้กินีอยู่ในอันดับที่ 160 จาก 177 ประเทศ ที่มีดัชนีการพัฒนาคน (Human development index-HDI) ต่ำที่สุด ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นมาตรฐานสุขภาพที่ย่ำแย่ของชาวกินีและสาธารณูปโภคที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ในกลุ่มแรงงานเหมืองแร่
•ภายหลังการยึดอำนาจ ร้อยเอก Camara ได้ประกาศระงับการผลิตและส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะบ๊อกไซด์ ทองและเพชร ซึ่งจะได้มีการเจรจากับบริษัทที่รับสัมปทานเพื่อให้กินีได้รับผลประโยชน์ตอบแทนมากที่สุด

4. นโยบายต่างประเทศ
• ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี Cont? กินีเอนเอียงเข้าหาตะวันตก โดยเฉพาะฝรั่งเศสและ EU ซึ่งปัจจุบันมีความสำคัญต่อกินีทั้งในด้านการค้าและการให้ความช่วยเหลือ ความสัมพันธ์ระหว่างกินีและประเทศเพื่อนบ้านไม่ค่อยราบรื่น เนื่องจากรัฐบาลกินีมักเข้าแทรกแซงกิจการภายในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอยู่ในสภาวะสงครามกลางเมือง อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างไลบีเรียและเซียร์ราลีโอนได้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เนื่องมาจากการคลี่คลายของปัญหาทางการเมืองของทั้งสองประเทศ
• กินีและแอฟริกาใต้มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น หลังจากการเยือนกินีของประธานาธิบดี Thabo Mbeki ในเดือนกรกฎาคม 2548 โดยแอฟริกาใต้ได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงโคนักรีของกินี รวมทั้ง บริษัทเพชร De Beers ได้เข้าไปดำเนินกิจการในกินีอีกครั้ง
• กินีประสบปัญหาการอพยพเข้ามาของประเทศเพื่อนบ้าน นับแต่ปี 2543 มีจำนวนผู้อพยพจากเซียร์ราลีโอน ไลบีเรีย กินีบิสเซา เข้ามาในกินีประมาณ 750,000 คน โดยกินีได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เข้ามาแก้ปัญหานี้ ในปัจจุบัน กินียังมีผู้อพยพอยู่ประมาณ 39,000 คน
•ประชาคมระหว่างประเทศได้ออกมาประณามการยึดอำนาจของร้อยเอก Camara และเรียกร้องให้มีการคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดี Abdoulaye Wade แห่งเซเนกัลได้แถลงที่ประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2551 ว่าทุกฝ่ายควรให้การสนับสนุนร้อยเอก Camara โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านไม่ควรแทรกแซงกิจการภายในของกินี แต่ควรให้เวลากินีผลัดเปลี่ยนอำนาจอย่างสันติ ซึ่งคำแถลงดังกล่าวเป็นที่ประหลาดใจของหลายฝ่ายเนื่องจากสวนทางกับการประณามการยึดอำนาจโดยสหภาพยุโรป สหรัฐฯ รวมทั้งสหภาพแอฟริกา ซึ่งได้ประกาศยุติสมาชิกภาพของกินีในสหภาพ แอฟริกาเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ รัฐบาลของร้อยเอก Camara ยังได้รับการสนับสนุนจากนาย Muammar AL Gaddafi ประธานาธิบดีลิเบียซึ่งได้เดินทางเยือนกินีเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2552 อีกด้วย

เศรษฐกิจการค้า
ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ 4.714 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2550)
รายได้ประชาชาติต่อหัว 502 ดอลลาร์สหรัฐ (2550)
อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 1.5 (2550 )
อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 23.4
อุตสาหกรรมที่สำคัญ บอกไซด์, ทองคำ, เพชร, เหล็ก; การสกัดอลูมิเนียม; อุตสาหกรรมเบา, ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร
ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ 92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดุลการค้ากับไทย ในปี 2551 ไทยและกินีมีมูลค่า 34.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกไปกินีมูลค่า 32.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากกินีมูลค่า 2.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้าเป็นมูลค่า 29.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าออกที่สำคัญของกินี บอกไซด์, สารส้ม, ทอง, เพชร, กาแฟ, ปลา, ผลิตภัณฑ์การเกษตร
สินค้าเข้าที่สำคัญของกินี ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม, โลหะ, เครื่องจักร, อุปกรณ์ขนส่ง, สิ่งทอ, ธัญพืชและอาหารอื่นๆ
ประเทศคู่ค้าสำคัญ
กินีส่งออกไป รัสเซีย ร้อยละ 10.8, ยูเครน ร้อยละ9.6, สเปน ร้อยละ8.8, สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 7.5, เยอรมันนี ร้อยละ 7.4, เกาหลีใต้ ร้อยละ 7.2, ฝรั่งเศส ร้อยละ 7, ไอร์แลนด์ ร้อยละ 5.5, จีน ร้อยละ 5
กินีนำเข้าจาก จีน ร้อยละ10, ฝรั่งเศส ร้อยละ 7, เนเธอร์แลนด์ ร้อยละ 6.3
หน่วยเงินตรา เงินฟรังก์กินี (Guinea Franc) อัตราแลกเปลี่ยน 4,911.15 ฟรังก์กินี เท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 135.76 ฟรังก์กินี เท่ากับ 1 บาท สินค้าเข้าที่สำคัญ

ภูมิหลังทางเศรษฐกิจ
กินีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุ โดยเฉพาะบอกไซต์ ซึ่งมีปริมาณเกือบครึ่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ ยังมีทองคำและเพชรและแร่ธาตุอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคา ส่งผลให้รายได้ของประเทศจากการทำเหมืองแร่ยังคงมีจำกัด โดยคิดเป็นเพียงร้อยละ 17 ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ นับแต่ปี 2547 ความต้องการแร่ธาตุและราคาซื้อขายในตลาดโลกได้ส่งผลให้กินีมี การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และภาคเหมืองแร่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคิดเป็นร้อยละ 90 ของมูลค่าการส่งออก

ภาคเกษตรกรรมยังคงเป็นหัวใจหลักของกินี โดยประชากรกว่าร้อยละ 70 ของประเทศอยู่ในภาคเกษตรกรรม สินค้าเกษตรที่สำคัญได้แก่ มันสำปะหลัง ข้าว และข้าวโพด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผลิตผลทางด้านเกษตรกรรมยังคงมีมูลค่าเพียงร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ และคิดเป็นร้อยละ 10 ของมูลค่าการส่งออก

แม้ว่ากินีจะมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม กินียังคงประสบปัญหาการพัฒนาทางเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากความไม่มั่นคงทางการเมือง การคอรัปชั่นที่มีอยู่สูง ประกอบกับสถานการณ์การสู้รบในกินีบิสเซา เซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย ซึ่งส่งผลให้มีการอพยพจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในกินี ทั้งนี้ กินียังถูกจัดไว้เป็นลำดับที่ 11 ในตารางประเทศล้มเหลว (failed state)

สหประชาชาติจัดให้กินีอยู่ในอันดับที่ 156 จาก 177 ประเทศ ที่มีดัชนีการพัฒนาคน
(Human development index-HDI) ต่ำที่สุด ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นมาตรฐานสุขภาพที่ย่ำแย่ของชาวกินีและสาธารณูปโภคที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ในกลุ่มแรงงานเหมืองแร่
กินีส่งออกไป กินีนำเข้าจาก

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐกินี

1.ความสัมพันธ์ทั่วไป
1.1 ด้านการทูต
ไทยและกินีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2526 โดยไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์ มีเขตอาณาครอบคลุมกินี ในขณะที่กินีได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์มีเขตอาณาครอบคลุมไทย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐกินีประจำไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ คนปัจจุบันคือ นาย Mohamed Sampil เริ่มปฏิบัติหน้าที่เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2551 นอกจากนี้ สาธารณรัฐกินีได้แต่งตั้งนายสมาน ไกรคุ้ม เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์กินีประจำประเทศไทย
ความสัมพันธ์ทวิภาคีโดยทั่วไปราบรื่นแต่ไม่ใกล้ชิดนัก เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่ห่างไกลกัน และมูลค่าการค้ารวมน้อย อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในกินีเมื่อเดือนมกราคม ปี 2550 ทำให้ฝ่ายไทยมีความจำเป็นที่จะต้องอพยพคนงานไทยที่ประกอบอาชีพวิศวกรจำนวน 13 คน ที่ทำงานกับบริษัทก่อสร้างของญี่ปุ่นในกินีกลับไทย

1.2 ด้านการเมืองและเศรษฐกิจ
การค้าระหว่างไทยกับกินีมีปริมาณ ไม่มากนัก ที่ผ่านมาไทยได้เปรียบดุลการค้ากับกินี ในปี 2551 มูลค่าการค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 34.32 ล้านเหรียญสหรัฐ ไทยส่งออกไปกินีมูลค่า 32.23 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยนำเข้าจากกินีมูลค่า 2.18 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้าเป็นมูลค่า 29.95 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าที่ไทยส่งออกไปกินี 10 อันดับแรก ได้แก่ 1. ข้าว 2. เม็ดพลาสติก 3. ผลิตภัณฑ์พลาสติก 4. เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 5. นมและผลิตภัณฑ์นม 6. หม้อแบตเตอรี่และส่วนประกอบ 7. รถยอนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 8. อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 9. เสื้อผ้าสำเร็จรูป 10. ผลิตภัณฑ์ยาง สำหรับสินค้าที่ไทยนำเข้าจากกินี ได้แก่ 1. เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 2. ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ 3. เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่ง และ ทองคำ 4. สัตว์มีชีวิตที่ไม่ได้ทำพันธ์ 5. เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 6. ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก
1.3 ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม
ปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายยังมิได้มีการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรมระหว่างกัน
2. ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
ยังไม่มีการจัดทำความตกลงระหว่างสองประเทศ
3. การเยือนที่สำคัญ
- นาย Alexandre Cece Loua รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกินี เคยทาบทามการเยือนไทยในช่วงเดือนพฤษภาคม 2552 หลังการประชุม World Ocean Conference ในวันที่ 11-15 พฤษภาคม 2552 ที่อินโดนีเซียเพื่อกระชับความสัมพันธ์และชี้แจงสถานการณ์การเมืองในกินี อย่างไรก็ดี ฝ่ายกินีได้ขอยกเลิกการเยือนไทยรวมทั้งการประชุมที่อินโดนีเซียเนื่องจากติดภารกิจภายในประเทศ


 

 

 

VISITOR

 สถิติวันนี้

67 คน

 สถิติเมื่อวาน

1733 คน

 สถิติเดือนนี้

สถิติปีนี้

สถิติทั้งหมด

38442 คน

425856 คน

1133636 คน

เริ่มเมื่อ 2012-06-11

Copyright (c) 2011 by TourinloveAllway.com
บริษัท ทัวร์อินเลิฟออลเวย์ จำกัด
162/119 หมู่ 5 หมู่บ้านเฟื่องฟ้า 11 เฟส 2-4 ซ.มังกร-นาคดี ต,แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10280 โทร. 02-174-2346-7

Link : เพื่อนบ้าน | ทัวร์เกาหลี | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์สิงคโปร์ | รับจัดกรุ๊ปทัวร์ | รับจัดทัวร์ | ทัวร์มาเลเซีย | แพคเกจทัวร์เกาหลี | แพคเกจทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์จีน | แพคเกจทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์ไต้หวัน | ทัวร์พม่า | ทัวร์ยุโรป | ทัวร์บาหลี | ทัวร์อินเดีย | ทัวร์เนปาล | ทัวร์รัสเซีย | ทัวร์กัมพูชา | กวางเจาเทรดแฟร์ | ทัวร์เวียดนาม | แพคเกจทัวร์สิงคโปร์ | ทัวร์ออสเตรเลีย | ทัวร์ลาว | ทัวร์ภูฏาน | ทัวร์ตุรกี | ทัวร์แอฟริกา | ทัวร์จอร์แดน | ทัวร์ดูไบ | แพคเกจทัวร์ยุโรป | ทัวร์นิวซีแลนด์ | แพคเกจทัวร์พม่า | แพคเกจทัวร์ไต้หวัน | แพคเกจทัวร์บาหลี | ทัวร์อเมริกา | ทัวร์อังกฤษ | ทัวร์ฟิลิปปินส์ | ทัวร์ศรีลังกา | แพคเกจทัวร์เนปาล |