สาธารณรัฐคีร์กิซ
Kyrgyz Republic

ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง อยู่ในเอเชียกลาง ทางทิศตะวันตกของจีนและทิศใต้ของคาซัคสถาน (ระหว่างเทือกเขาเทียนชานและพาเมียร์)

พื้นที่ 198,500 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่เพาะปลูกร้อยละ 7

เมืองหลวง บิชเคก (Bishkek)

อากาศ ภูเขาสูงแบบภาคพื้นทวีป

ประชากร ประมาณ 5.3 ล้านคน (2551)
แบ่งเป็น - ชาวคีร์กีซ ร้อยละ 52.4 - ชาวยูเครน ร้อยละ 2.5 - ชาวรัสเซีย ร้อยละ 18 - ชาวเยอรมัน ร้อยละ 2.4 - ชาวอุซเบก ร้อยละ 12.9 - อื่น ๆ ร้อยละ 11.8

ศาสนา อิสลามนิกายสุหนี่ ร้อยละ 75 รัสเซีย(ออร์โธดอกซ์) 20%

ภาษาราชการ คีร์กิซและรัสเซียเป็นภาษา

เวลา เร็วกว่ามาตรฐาน GMT 5 ชั่วโมง

วันชาติ 31 สิงหาคม

วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต 6 สิงหาคม 2535 (1992)

ประมุข H.E. Kurmanbek Bakiev

นายกรัฐมนตรี H.E. Igor Chudinov

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ H.E. Alibek Dzhekshenkulov

การเมืองการปกครอง

การเมืองการปกครอง
นับแต่สาธารณรัฐคีร์กีซได้แยกตัวเป็นเอกราชจากสหภาพโซเวียตเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2534 มีการจัดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข โดยนาย Kurmanbek Bakiev ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2548 หลังจากที่ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีภายหลังการปฏิวัติเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2548 โดยผู้ชุมนุมประท้วงราวหมื่นคนได้เข้ายึดสถานที่สำคัญของรัฐบาล และโค่นล้มประธานาธิบดี Askar Akayev ซึ่งดำรงตำแหน่งนี้ตั้งแต่ปี 2533 ในสมัยของโซเวียตและอยู่ในตำแหน่งผู้นำประเทศมาตั้งแต่ประกาศเอกราชรวมระยะเวลา 15 ปี
อย่างไรก็ตาม ความนิยมและการสนับสนุนที่มีต่อประธานาธิบดี Bakiev ได้ลดลงเป็นลำดับ เนื่องมาจากการบริหารประเทศอย่างไม่มีประสิทธิภาพและความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาความยากจน อาชญากรรมและการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาล ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การชุมนุมต่อต้านประธานาธิบดี Bakiev เรื่อยมา จนในเดือนพฤศจิกายน 2549 ประชาชนในกรุงบิชเคกซึ่งเป็นเมืองหลวงของคีร์กีซได้ออกมาประท้วงและเรียกร้องให้ประธานาธิบดีแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจของประธานาธิบดี และเพิ่มอำนาจให้กับรัฐบาล ซึ่งประธานาธิบดี Bakiev ยินยอมลงนามในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่แก้ไขเนื้อหาตามที่ประชาชนเรียกร้องเพื่อยุติการชุมนุม แต่หลังจากนั้นไม่นาน ได้มีการผ่านร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและคืนอำนาจกลับสู่ประธานาธิบดี ทำให้พรรคฝ่ายค้านออกมาเรียกร้องให้ประธานาธิบดี Bakiev แก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง รวมถึงกดดันให้ประธานาธิบดีลาออกจากตำแหน่ง

นโยบายต่างประเทศ
สาธารณรัฐคีร์กีซมีนโยบายต่างประเทศที่มุ่งพัฒนาความร่วมมือกับประเทศต่างๆ และ มุ่งหาตลาดการค้าใหม่ในต่างประเทศ โดยความร่วมมือนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมีผลประโยชน์ร่วมกันและความ ไว้เนื้อเชื่อใจกัน อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ นโยบายดังกล่าวกระทำได้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากสาธารณรัฐคีร์กีซตั้งอยู่ระหว่างสองประเทศใหญ่ คือ จีนกับรัสเซีย นอกจากนั้น ปัจจุบันอเมริกากับญี่ปุ่นพยายามเข้ามาหาผลประโยชน์โดยการขยายเขตอิทธิพลในบริเวณเอเชียกลางมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นโยบายต่างประเทศหลักของสาธารณรัฐคีร์กีซได้หันมาเน้นความสำคัญกับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกเป็นอันดับแรก โดยสาธารณรัฐคีร์กีซได้พัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เกาหลีใต้และไทย และมีการพัฒนาความเข้าใจที่ดีต่อกันกับญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซียและเกาหลีใต้

เศรษฐกิจการค้า

ข้อมูลเศรษฐกิจปี 2551

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ5.1 พันล้าน เหรียญสหรัฐฯ

รายได้ประชาชาติต่อหัว 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ 7.6 %

อัตราเงินเฟ้อ 24.6 %

อุตสาหกรรม เครื่องจักรขนาดเล็ก สิ่งทอ อาหารแปรรูป ซีเมนต์ รองเท้า ไม้ซุง ตู้เย็น เฟอร์นิเจอร์

ทรัพยากรธรรมชาติ ทองคำ ยูเรเนียม ปรอท ถ่านหิน พลังงานไฟฟ้าจากน้ำ

ตลาดนำเข้าที่สำคัญ จีน รัสเซีย คาซัคสถาน สหรัฐฯ

ตลาดส่งออกที่สำคัญ สวิตเซอร์แลนด์ คาซัคสถาน รัฐเซีย อัฟกานิสถาน จีน
สินค้านำเข้าที่สำคัญ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เครื่องจักรอุปกรณ์ เคมีภัณฑ์ อาหาร

สินค้าออกที่สำคัญ ทองคำ ปรอท ยูเรเนียม ก๊าซธรรมชาติ เครื่องจักร ฝ้าย ขนสัตว์ เนื้อสัตว์ ยาสูบ รองเท้า

เศรษฐกิจและสังคม
เนื่องจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจของสาธารณรัฐคีร์กีซส่วนใหญ่เป็นสังคมเกษตรกรรม และประชากรส่วนใหญ่ยากจน จึงต้องมีการปฏิรูปประเทศอย่างเป็นขั้นตอน ในปี 2549 เศรษฐกิจของสาธารณรัฐคีร์กีซเริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยมีมูลค่าการเจริญเติบโตที่แท้จริงของ GDP ร้อยละ 5 เนื่องจากได้รับเงินลงทุนจากต่างชาติในภาคธุรกิจเหมืองแร่และรัฐบาลก็ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม นโยบายทางเศรษฐกิจภายในประเทศของสาธารณรัฐคีร์กีซต้องคำนึงถึงรากฐานความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมและทางเชื้อชาติ และต้องพยายามยกระดับมาตรฐานการครองชีพให้สูงขึ้น เพื่อบรรเทาความรุนแรงที่เกิดจากความขัดแย้งจากความไม่เท่าเทียมกันในสังคม
ปัจจุบัน สาธารณรัฐคีร์กีซสนใจการพัฒนาด้านการค้า การธนาคาร ระบบตลาดหุ้น และ การให้เอกชนเข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจให้มากที่สุด

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคีร์กิซ

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย
ไทยได้รับรองเอกราชของคีร์กิซสถานเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2534 และได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐคีร์กีซสถาน (Republic of Kyrgyzstan) เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2535 ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นสาธารณรัฐคีร์กีซ (Kyrgyz Republic) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2536
ซึ่งนับตั้งแต่มีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันอาจกล่าวได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ยังอยู่ในระดับที่เริ่มต้นเท่านั้น ทั้งในความร่วมมือทวิภาคีระดับต่าง ๆ และการแลกเปลี่ยนการเยือน ทั้งนี้ สาธารณรัฐคีร์กีซได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตคีร์กีซ ณ กรุงปักกิ่ง มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนฝ่ายไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ดูแลความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐคีร์กีซ

ความสัมพันธ์ด้านการเมือง
เนื่องจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างไทยและสาธารณรัฐคีร์กีซยังมีไม่มาก จึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสาธารณรัฐคีร์กีซค่อนข้างจำกัด รวมถึงการที่ผู้นำของทั้งสองฝ่ายขาดการติดต่อกันอย่างต่อเนื่องทำให้ความสัมพันธ์ด้านการเมืองระหว่างสองประเทศมีน้อย

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
มูลค่าการค้าระหว่างไทย-สาธารณรัฐคีร์กีซ ยังมีปริมาณค่อนข้างต่ำ มูลค่าการค้าปี 2548 ประมาณ 2.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2549 มีมูลค่าประมาณ 5 แสนดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า
สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องสำอาง สบู่ ผลิตภัณฑ์รักษาผิว ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ ส่วนสินค้าสำคัญที่นำเข้าจากสาธารณรัฐคีร์กีซ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้า กล้อง เลนส์และอุปกรณ์การถ่ายรูปและภาพยนตร์

ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม
ในชั้นนี้ ความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรมระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคีร์กีซยังมีไม่มากนัก

ความตกลงที่ลงนามกับไทย
ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ (Air Service Agreement) ลงนามเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2544

การเยือนที่สำคัญ
ฝ่ายไทย
รัฐบาล (ระหว่างปี 2536 – 2539)
- นายกษิต ภิรมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก เยือนสาธารณรัฐคีร์กีซอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 18–21 พฤศจิกายน 2536
- นายอนุชา โอสถานนท์ เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ เยือนสาธารณรัฐคีร์กีซอย่างเป็นทางการในฐานะเอกอัครราชทูตสัญจรประจำภูมิภาคเอเชียกลาง ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 2 ตุลาคม 2539
ฝ่ายคีร์กีซ
รัฐบาล (ระหว่างปี 2540 – ปัจจุบัน)
- นาย Alikbek Djekshenkoulov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม ESCAP สมัยที่ 53 ระหว่างวันที่ 23–30 เมษายน 2540
- นาย Alikbek Djekshenkoulov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม Ministers of Industry and Technology of Asia and Pacific ระหว่างวันที่ 20–23 กุมภาพันธ์ 2541
- นาย Alikbek Djekshenkoulov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม ESCAP สมัยที่ 55 ระหว่างวันที่ 26 เมษายน 2542


 


 

 

ช่องทางรับโปรโมชั่น พิเศษ!!


 

VISITOR

 สถิติวันนี้

84 คน

 สถิติเมื่อวาน

1197 คน

 สถิติเดือนนี้

สถิติปีนี้

สถิติทั้งหมด

24382 คน

226419 คน

3190302 คน

เริ่มเมื่อ 2012-06-11



   

     TOURISM AUTHORITY OF THAILAND
   LICENSE NO. 11/06794

 © 2011 Tourinloveallway  All rights reserved.


📞 02-174-2214-5 , 02-1742346-7
📱  088-886-0049 , 091-797-6745 , 088-449-2534
📩  tourinlove9@gmail.com
💬 line: @tourinlove
   facebook: http://www.facebook.com/ILoveTourInLove/
 follow us official