สาธารณรัฐมอริเชียส
Republic of Mauritius
 
ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง เป็นประเทศเกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากชายฝั่ง
ตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกาประมาณ 2,400 กิโลเมตร และห่างจากประเทศมาดากัสการ์ประมาณ 800 กิโลเมตร

พื้นที่ 2,040 ตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง กรุงพอร์ตหลุยส์ (Port Louis)

ประชากร 1.27 ล้านคน (ปี 2551)

ภูมิอากาศ ร้อนชื้น ฤดูร้อนระหว่างเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม ฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน

ภาษาราชการ ภาษาอังกฤษ

ศาสนา ฮินดู ร้อยละ 48 คริสต์นิกายคาทอลิก ร้อยละ 23.6 คริตส์นิกายโปรแตสแตนท์ ร้อยละ 8.6 อิสลาม ร้อยละ16.6 และอื่น ๆ ร้อยละ 2.5

หน่วยเงินตรา รูปีมอริเชียส (Mauritius Rupees) อัตราแลกเปลี่ยน 1 รูปีมอริเชียส ประมาณ 1.09 บาท (ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2552)

ระบอบการปกครอง สาธารณรัฐ (Republic) มีประธานาธิบดีเป็นประมุขโดยได้รับการแต่งตั้งจากรัฐสภา (National Assembly) มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ไม่เกิน 2 วาระ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารโดยได้รับการแต่งตั้งจาก

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

ชาวโปรตุเกสเป็นชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงเกาะมอริเชียสในศตวรรษที่ 16 ต่อมา ในศตวรรษที่ 17 ชาวดัตช์ได้เดินทางมาตั้งรกรากและตั้งชื่อเกาะว่า “มอริเชียส” เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าชาย Maurits van Nassau ปี ค.ศ. 1715 ฝรั่งเศสรวบอำนาจเหนือเกาะมอริเชียสและพัฒนาเป็นฐานทัพเรือที่สำคัญควบคุมการค้าของตนในมหาสมุทรอินเดีย ทำไร่อ้อย ผลิตน้ำตาลและเหล้ารัม และสถาปนากรุง Port Louis (ตั้งชื่อตามพระนามของพระเจ้า Louis ที่ 15) เป็นเมืองหลวงของมอริเชียส

ใน ค.ศ. 1810 ระหว่างสงคราม Napoleonic Wars อังกฤษเข้ายึดครองมอริเชียสจากฝรั่งเศส และทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในสนธิสัญญาปารีส (The Treaty of Paris) เมื่อ ค.ศ. 1814 เพื่อยืนยันการครอบครองมอริเชียสของอังกฤษอย่างสมบูรณ์ อังกฤษได้นำแรงงานชาวอินเดียเป็นจำนวนมากมาทำงานในไร่อ้อย ซึ่งชาวอินเดียเหล่านี้ได้ตั้งรกรากในมอริเชียส และกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศในปัจจุบัน มอริเชียสเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร และฐานทัพเรือ ฐานทัพอากาศที่สำคัญของอังกฤษระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 มอริเชียสได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1968

ประธานาธิบดี Sir Anerood Jugnauth (ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2546)

นายกรัฐมนตรี นายแพทย์ Navinchandra Ramgoolam

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นาย Madan Murlidhar Dulloo

การเมืองการปกครอง

นโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
1. การเมืองการปกครอง
มอริเชียสมีการปกครองระบอบสาธารณรัฐ (Republic) โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข โดยได้รับการแต่งตั้งจากรัฐสภา (National Assembly) มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ไม่เกิน 2 วาระ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี

ใช้ระบบสภาเดียว (Unicameral National Assembly) จำนวน 70 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้ง 62 ที่นั่ง และแต่งตั้งโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 8 ที่นั่งเพื่อให้มีผู้แทนจากทุกกลุ่มเชื้อชาติในรัฐสภา (การเลือกตั้งรัฐสภาครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2548 และกำหนดเลือกตั้งครั้งต่อไปในเดือนกรกฎาคม 2553) แบ่งการปกครองเป็น 9 เขต (districts) และ 3 เขตในอาณัติ (dependencies) เขตการปกครอง 9 เขต ได้แก่ Black River, Flacq, Grand Port, Moka, Pamplemousses, Plaines Wilhems, Port Louis, Riviere du Rempart, Savanne และเขตการปกครอง 3 เขตในอาณัติ ได้แก่ Agalega Islands, Cargados Carajos Shoals, Rodrigues

วันที่ 30 กันยายน 2546 มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในมอริเชียส โดย Sir Anerood Jugnauth ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของมอริเชียส เพื่อเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีและประมุขแห่งรัฐคนใหม่ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2546 สืบต่อจากนาย Karl Offman และนาย Paul Berenger รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 1 ตุลาคม 2546

การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งทางการเมืองดังกล่าว เป็นความตกลงระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2543 ซึ่ง Sir Anerood Jugnauth หัวหน้าพรรค Mauritian Socialist Movement (MSM) ได้ตกลงไว้ว่าจะสละตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้แก่ นาย Paul Berenger รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค Mauritian Militant Movement (MMM) เมื่อเหลือระยะเวลาการบริหารประเทศอีก 2 ปี การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งทางการเมืองครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทางการเมืองของมอริเชียสที่มีการถ่ายโอนอำนาจการบริหารประเทศระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล

หลังจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ประมาณ 2 ปี นาย Paul Berenger นายกรัฐมนตรีได้ประกาศยุบสภาและกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 3 กรกฎาคม 2548 ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า พรรคฝ่ายค้าน Social Alliance ชนะการเลือกตั้ง ได้ที่นั่ง 38 ที่นั่งจาก 62 ที่นั่งในรัฐสภา ส่งผลให้นายแพทย์ Navinchandra Ramgoolam ผู้นำพรรค Alliance Sociale ซึ่งเคยเป็นนายกรัฐมนตรีมอริเชียสระหว่างปี 2538-2543 ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีมอริเชียสคนใหม่ (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2548 – ปัจจุบัน)

มอริเชียสมีระบบการเมืองแบบหลายพรรคการเมือง พรรคที่สำคัญคือ พรรค Alliance Sociale
พรรค Mauritian Labor Party และ พรรค Mauritan Militant Movement โดยไม่มีความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมือง และไม่มีพรรคการเมืองใดผูกขาดอำนาจทางการเมืองเป็นเวลานาน พรรคการเมืองต่าง ๆ ในมอริเชียสล้วนมีนโยบายด้านเศรษฐกิจที่เหมือนกัน คือ การพัฒนาเศรษฐกิจในแนวทางทุนนิยม ปัจจุบัน มอริเชียสมีระบบการเมืองแบบประชาธิปไตยที่มั่นคง มีการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องตามวาระ และมีมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนที่ดี ทำให้มอริเชียสมีบรรยากาศที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ และส่งผลให้มอริเชียสมีรายได้ประชาติต่อหัวสูงที่สุดประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกา (สูงกว่าไทย)

2. เศรษฐกิจ
รัฐบาลมอริเชียสมีเป้าหมายที่จะพัฒนาประเทศตามรูปแบบของประเทศสิงคโปร์ โดยเฉพาะการเป็นเมืองท่า เป็น Gateway สู่การค้าในภูมิภาค การพัฒนาท่าเรือเสรี การบริการด้านเงินกู้ต่างประเทศ (offshore banking financial service) การปรับปรุงสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศให้ทันสมัย

เศรษฐกิจของมอริเชียสมีความหลากหลาย อุตสาหกรรมหลักที่นำรายได้เข้าประเทศได้แก่ อุตสาหกรรมน้ำตาล สิ่งทอ ท่องเที่ยว และการให้บริการทางการเงิน มอริเชียสได้รับประโยชน์จาก Africa Growth and Opportunity Act (AGOA) ในการทำการค้ากับสหรัฐฯ นอกจากนี้ รัฐบาลสนับสนุนการพัฒนาภาคธุรกิจใหม่ เช่น การแปรรูปปลา ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ อสังหาริมทรัพย์

เมื่อปี 2546 รัฐบาลริเริ่มโครงการที่จะพัฒนากรุงพอร์ตหลุยส์ให้เป็น Cyber City หรือ Silicon Valley (เมืองที่เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) ระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี (2546 – 2551) โดยได้ก่อสร้างตึกประมาณ 15 หลัง และหวังให้นักลงทุนธุรกิจ IT จากต่างชาติมาลงทุนใน Cyber City แห่งนี้ อย่างไรก็ตาม โครงการ Cyber City ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากการก่อสร้างตึกต่างๆนั้นเป็นเพียงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่ใช่การพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีอย่างแท้จริง อนึ่ง มอริเซียสมีจุดอ่อนคือเป็นประเทศเกาะ ไม่มีพรมแดนติดกับประเทศอื่นๆในทวีปแอฟริกาที่เป็นแหล่งรวมผู้ใช้อินเตอร์เน็ตรายใหญ่อย่าง อียิปต์ หรือ ไนจีเรีย
อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของมอริเชียสในปัจจุบันชะลอตัว เนื่องจากปัจจัยหลายประการ อาทิ สภาพอากาศที่แปรปรวน ราคาน้ำตาลในตลาดโลกตกต่ำ และการหดตัวของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป
ปัจจุบัน มีบริษัทต่างชาติลงทุนอยู่ในมอริเชียสกว่า 32,000 บริษัท โดยส่วนมากใช้มอริเชียสเป็นฐานเพื่อทำธุรกิจกับประเทศอินเดีย แอฟริกาใต้ และจีน

3. นโยบายต่างประเทศ
นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันรัฐบาลมอริเชียสมีนโยบายต่างประเทศในการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศตะวันตก เพื่อผลประโยชน์ด้านการลงทุนจากต่างชาติ และรักษาตลาดส่งออก
มอริเชียสมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ใกล้ชิดกับอินเดีย มอริเชียสและอินเดียมีกลไกการค้าทวิภาคีที่เข้มแข็งทำให้ปัจจุบันการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศมีปริมาณสูง อินเดียและมอริเชียสมีความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลให้มอริเชียสสามารถส่งออกน้ำตาลและสิ่งทอจำนวนมากเข้าไปยังตลาดอินเดียได้โดยปลอดภาษี

มอริเชียสเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญต่าง ๆ เช่น สหประชาชาติ สหภาพแอฟริกา (African Union - AU) ตลาดร่วมแอฟริกาตะวันออกและใต้ (Common Market for Eastern and Southern Africa - COMESA) ประชาคมเพื่อการพัฒนาภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC) คณะกรรมาธิการร่วมมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Commission - IOC) และเป็นหนึ่งในประเทศผู้ริเริ่มให้มีการก่อตั้งสมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Rim Association for Regional Cooperation - IOR–ARC) นอกจากนี้ มอริเชียสเคยดำรงตำแหน่งประธานประชาคมเพื่อการพัฒนาภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC) ระหว่าง พ.ศ. 2547-2549 มีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี

เศรษฐกิจการค้า
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 9,320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้ประชาชาติต่อหัว 5,964 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2550)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 5.3
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐมอริเชียส

1. ความสัมพันธ์ทั่วไป
1.1 การทูต
ไทยกับมอริเชียสสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2522 โดยไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย มีเขตอาณาครอบคลุมมอริเชียส และแต่งตั้งนาย Andrew Sek Sum เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำมอริเชียส ส่วนฝ่ายมอริเชียสได้มอบหมายให้ สถานเอกอัครราชทูตมอริเชียสประจำประเทศมาเลเซียมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย ปัจจุบันมีคนไทยอาศัยอยู่ในมอริเชียสจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 15-20 คน โดยส่วนใหญ่มีอาชีพแม่บ้านและกิจการร้านอาหาร

1.2 เศรษฐกิจ
การค้า
- ในปี 2551 ไทยและมอริเชียสมีมูลค่าการค้ารวม 97.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 92.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 5.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 87.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ซึ่งมีมูลค่าการค้ารวม 71.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 65.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 6.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ ได้แก่ เสื้อผ้าและสิ่งทอ น้ำตาล ดอกไม้ กากน้ำตาล ปลา สินค้านำเข้าส่วนใหญ่ ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรม อุปกรณ์ที่ใช้เป็นทุน อาหาร ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์

- การแข่งขันทางการตลาดในมอริเชียสสูง เนื่องจากผู้บริโภคต้องการซื้อสินค้าราคาต่ำมากกว่าสินค้ามีคุณภาพ และสินค้าจากจีนและอินเดีย ซึ่งมีราคาถูกกำลังครองตลาดส่วนใหญ่
การลงทุน
ไทย-มอริเชียสยังไม่มีการลงทุนระหว่างกันมากนัก อาจเนื่องจากมอริเซียสเป็นตลาดขนาดเล็ก มีประชากรเพียง 1.27 ล้านคนและมีที่ตั้งโดดเดี่ยว ไม่มีชายแดนติดกับประเทศอื่น จึงทำให้โอกาสในการขยายตลาดเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ยังอาจมีปัจจัยในด้านระยะทางที่ห่างไกล

1.3 ความร่วมมือทางวิชาการ
มอริเชียสได้รับทุนฝึกอบรมหลักสูตรนานาชาติประจำปีจากไทยมาตั้งแต่ปี 2543-ปัจจุบัน โดยเน้นด้านการเกษตร การจัดการด้านการท่องเที่ยว และการจัดการด้านการศึกษา

2. ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
ความตกลงที่ได้ลงนามไปแล้ว
- ความตกลงเพื่อยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับมอริเชียส ลงนามเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2540 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2541
- บันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน เพื่อการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินกับ The Financial Intelligence Unit ของมอริเชียส) ลงนามและมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2547

ความตกลงที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาจัดทำ
- ความตกลงบริการเดินอากาศไทย–มอริเชียส (ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และอยู่ระหว่างการรอลงนามจากทั้งสองฝ่าย)
- ความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างไทย-มอริเชียส(อยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายไทย)
- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมไทย-มอริเชียส (อยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายไทย)

3. การเยือนที่สำคัญ
ฝ่ายไทย
- ไทยได้ส่งผู้แทนพิเศษไปร่วมพิธีเฉลิมฉลองเอกราชของมอริเชียสเมื่อปี 2511 แม้ในขณะนั้น ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน

- ร้อยตรีประพาส ลิมปะพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนมอริเชียส
ระหว่างวันที่ 25–29 พฤศจิกายน 2528

- นายประจวบ ไชยสาส์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนมอริเชียสเพื่อกระชับความสัมพันธ์ด้านการเมือง การค้า การลงทุน และความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างวันที่ 21–24 สิงหาคม 2540

- นายประชา คุณะเกษม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้แทนพิเศษนำคณะภาครัฐและเอกชน เยือนมาดากัสการ์และมอริเชียส ระหว่างวันที่ 17-25 กันยายน 2545

ฝ่ายมอริเชียส
- นาย Anerood Jugnauth นายกรัฐมนตรีมอริเชียส (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี) เยือนไทยเป็นการส่วนตัวระหว่างวันที่ 25-28 พฤศจิกายน 2534

- นาย V. Bunwaree รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอริเชียส เยือนไทยพร้อมด้วยคณะ 4 คน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน ระหว่างวันที่ 30 กันยายน - 2 ตุลาคม 2540

- นาย Rajkeswur Kailash Purryag รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้ามอริเชียส เยือนไทยระหว่างวันที่ 21-24 กุมภาพันธ์ 2542

- นาย Georges Pierre Lesjongard รัฐมนตรีว่าการกระทรวง บ้านและที่ดิน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หัตถกรรมและส่วนที่ไม่เป็นทางการ (Housing and Lands, Small and Medium Enterprises, Handicraft, and the Informal Sector) ของมอริเชียส เยือนไทยระหว่างวันที่ 21-24 กรกฎาคม 2547เพื่อนำคณะนักธุรกิจและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของภาครัฐ จัดงาน Thai-Mauritian Business Forum ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดูงานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมในครัวเรือนและหัตถกรรมของไทย และเข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

- นาย Anil Kumarsingh Gayan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและสันทนาการ (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) เข้าร่วมการประชุมนานาชาติระดับรัฐมนตรีในหัวข้อ “ทางเลือกเพื่อการพัฒนา: เศรษฐกิจพอเพียง” ระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2547

- นาย K.A. Offmann อดีตรองประธานาธิบดีมอริเชียสพร้อมภริยา เยือนไทยเป็นการส่วนตัว ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม – 11 พฤศจิกายน 2551


 


 

 

ช่องทางรับโปรโมชั่น พิเศษ!!


 

VISITOR

 สถิติวันนี้

69 คน

 สถิติเมื่อวาน

1197 คน

 สถิติเดือนนี้

สถิติปีนี้

สถิติทั้งหมด

24367 คน

226404 คน

3190287 คน

เริ่มเมื่อ 2012-06-11



   

     TOURISM AUTHORITY OF THAILAND
   LICENSE NO. 11/06794

 © 2011 Tourinloveallway  All rights reserved.


📞 02-174-2214-5 , 02-1742346-7
📱  088-886-0049 , 091-797-6745 , 088-449-2534
📩  tourinlove9@gmail.com
💬 line: @tourinlove
   facebook: http://www.facebook.com/ILoveTourInLove/
 follow us official