สาธารณรัฐมาลาวี
Republic of Malawi
 
ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง มาลาวีเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล ทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือติดกับแทนซาเนีย ทิศตะวันตกติดกับแซมเบีย ทิศใต้ ตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้ติดกับโมซัมบิก มีทะเลสาบใหญ่ (Lake Nyasa) อยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศ

พื้นที่ 118,484 ตารางกิโลเมตร รวมทะเลสาบบริเวณภายในประเทศอีก 24,208 ตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง กรุงลิลองเว (Lilongwe)

ประชากร 14.8 ล้านคน (ปี 2551)

ภูมิอากาศ อยู่ในเขตร้อนชื้นและอากาศเย็นกว่าในพื้นที่ราบสูง

ภาษาราชการ ภาษาอังกฤษและ Chichewa

ศาสนา คริสต์นิกายโปรเตสเเตนท์ ร้อยละ 55 โรมันคาทอลิก ร้อยละ 20 มุสลิม ร้อยละ 20 นอกนั้นนับถือลัทธิวิญญาณตามความเชื่อดั้งเดิม

หน่วยเงินตรา Malawi Kwachas (MWK) อัตราแลกเปลี่ยน 1 MWK ประมาณ 0.239 บาท (ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2552)

ระบอบการปกครอง ปกครองในระบบสาธารณรัฐ โดยประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขของรัฐและผู้นำรัฐบาล สถาบันการเมือง ประกอบด้วยฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้ง วาระ 5 ปี การเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2552 โดยนาย Bingu wa Mutharika ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
เดิมดินแดนนี้ชื่อ นยาซาแลนด์ (Nyasaland) ประกอบด้วยประชากรจากหลายชนเผ่า ชนเผ่า Bantu เป็นชนเผ่าแรกที่อพยพไปในบริเวณที่เป็นประเทศมาลาวีปัจจุบัน จากนั้น เป็นชนเผ่า Tumbuka เผ่า Phoka เผ่า Maravi เผ่า Yao และเผ่า Zulu ตามลำดับ ในศตวรรษที่ 19 ศูนย์กลางการค้าทาสหลายแห่งตั้งอยู่ในมาลาวี ที่สำคัญคือ เมือง Karonga และ Nkhotakota

ชาวยุโรปชาติแรกที่เข้าไปมีอิทธิพลในมาลาวี ได้แก่ อังกฤษ โดยนาย David Livingstone นักสำรวจที่มีชื่อเสียงชาวอังกฤษได้ค้นพบทะเลสาบในมาลาวีอันงดงามในเดือน กันยายน ค.ศ. 1859 และตั้งชื่อว่า “ทะเลสาบนยาซา (Lake Nyasa)” (ภายหลังจากมาลาวีประกาศเอกราชแล้ว รัฐบาลได้เปลี่ยนชื่อทะเลสาบนยาซา เป็นทะเลสาบมาลาวี ตามชื่อประเทศ ทะเลสาบแห่งนี้งดงามมาก ได้รับสมญานามว่า ทะเลสาบแห่งดวงดาว) การเสียชีวิตของนาย Livingstone ใน ค.ศ. 1873 จุดประกายความสนใจในมาลาวีต่อมิชชันารีและพ่อค้าตะวันตก

ในปลายทศวรรษที่ 19 อังกฤษและโปรตุเกสแย่งกันมีอำนาจปกครองนยาซาแลนด์ นยาซาแลนด์ตกเป็นดินแดนในอารักขาของอังกฤษอย่างเป็นทางการใน ค.ศ.1907 การปกครองของเจ้าอาณานิคมทำให้การค้าทาสและความขัดแย้งระหว่างชนเผ่าใน บริเวณนี้ยุติลง แต่ก็ทำให้เกิดปัญหาอื่น เช่น การกดขี่ชนพื้นเมืองของชาวตะวันตก การแย่งกรรมสิทธิ์ที่ดิน และการเก็บภาษีในอัตราที่สูงอย่างไม่เป็นธรรม

กระบวนการต่อต้านเจ้าอาณานิคมของมาลาวีเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมในช่วง ทศวรรษที่ 1950 โดย พรรค Nyasaland African Congress (NAC) นำโดย Dr.Hastings Kamuzu Banda เป็นแกนนำหลัก นยาซาแลนด์ประกาศตัวเป็นเอกราชจากสหราชอาณาจักรและเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศมาลาวีใน ค.ศ. 1964 มีการเมืองระบอบสาธารณรัฐ และมีนาย Hastings Kamuzu Banda เป็นประธานาธิบดีคนแรกและประกาศตัวเป็น “ประธานาธิบดีตลอดชีวิต” นาย Banda คำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของมาลาวีต่อเนื่องไปเป็นเวลา 30 ปี


การเมืองการปกครอง

1. การเมืองการปกครอง
นาย Banda ปกครองประเทศตามระบอบเผด็จการเป็นเวลากว่า 30 ปี จนกระทั่งทนต่อแรงกดดันและปัญหาต่างๆ ไม่ได้ จึงจัดให้มีการลงประชามติเกี่ยวกับระบอบการปกครองในค.ศ. 1993 ซึ่งชาวมาลาวี
ได้เลือกการปกครองแบบประชาธิปไตยหลายพรรคเป็นแนวทาง มีการเลือกตั้งครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 1994และผู้ชนะคือพรรค United Democratic Front (UDF) ส่งผลให้ นาย Bakili Muluzi หัวหน้าพรรค UDF เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้ารับตำแหน่งแล้ว นาย Muluzi สั่งปิดคุกการเมืองในสมัยประธานาธิบดี Banda อนุญาตให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ ดำเนินการปฏิรูปทางเศรษฐกิจภายใต้การช่วยเหลือของ World Bank และ IMF

นาย Muluzi ชนะการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1999 และมีความพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตนสามารถดำรงตำแหน่งปรธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 ได้ แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ดังนั้น นาย Muluzi จึงไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งสมัยที่ 3 ได้

ในการเลือกตั้งปี 2004 พรรครัฐบาล UDF ส่งนาย Bingu wa Mutharika ลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งนาย Mutharika ซึ่งนาย Mutharika ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น หลังจากเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว นาย Mutharika ประกาศย้ายออกจากพรรค UDF และก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ คือ พรรค Democratic Progressive Party (DPP) การบริหารประเทศของนาย Mutharika ได้รับการชื่นชมจากประชาชน นโยบายที่โดดเด่นของรัฐบาล Mutharika ได้แก่ การปราบปรามคอรัปชั่น การต่อสู้กับโรคเอดส์ และ การดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติ

ในการเลือกตั้งทั่วไปเดือนพฤษภาคม 2552 พรรค DPP ชนะการเลือกตั้ง ได้รับเสียงข้างมากในรัฐสภาและนาย Mutharika ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2

2. เศรษฐกิจและสังคม
เศรษฐกิจส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการเกษตร มีสินค้าออกคือ ยาสูบ ชา น้ำตาล มีแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุ คือ บ๊อกไซต์ เยื่อหินทนไฟ กราไฟต์ และยูเรเนียม แต่ไม่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่ขนาดใหญ่ จำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้จากต่างประเทศ

รัฐบาลมาลาวีต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ โดยมีแหล่งท่องเที่ยว คือ ทะเลสาบมาลาวี (ใหญ่อันดับ 3 ในแอฟริกา) แต่ยังไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากนัก เนื่องจากปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวงจากไกด์ท้องถิ่น และความกลัวของนักท่องเที่ยวต่อสถานการณ์ความไม่สงบในแถบอนุภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก นอกจากนี้ รัฐบาลมาลาวียังต้องการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้วย
มาลาวีเป็นอีกประเทศหนึ่งในภูมิภาคแอฟริกาที่ประสบปัญหาการระบาดของเชื้อ HIV/AIDS โดยประชากรที่ติดเชื้อ HIV/AIDS ถึงร้อยละ 14

มาลาวีพึ่งพาความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund – IMF) ธนาคารโลก (World Bank) และประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินต่างๆ มาลาวีอยู่ในกลุ่มประเทศ Highly Indebted Poor Countries (HIPC) ซึ่งได้รับการยกเว้นหนี้และเงินช่วยเหลือเพิ่มอย่างเป็นระบบจากสหประชาชาติและกลุ่มประเทศ G8 ปัจจุบัน รัฐบาลมาลาวีเร่งพัฒนาประเทศในด้านการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจแบบตลาด การพัฒนาการศึกษา และการควบคุมการระบาดของโรคเอดส์และการรักษาประชากรที่ติดเชื้อ HIV/AIDS

3. นโยบายต่างประเทศ
มาลาวีมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้านทุกประเทศและกับประเทศตะวันตก พยายามวางตัวเป็นกลางกรณีความขัดแย้งในแอฟริกากลาง และได้ส่งทหารเข้าร่วมในกองกำลังรักษาสันติภาพของสหภาพแอฟริกา (African Union) ในสาธารณรัฐประชาธิไตยคองโก (Democratic Republic of Congo) ในช่วงรัฐบาลของนาย Bakili Muluzi ซึ่งเป็นชาวมุสลิม มาลาวีมีบทบาทในการเจรจาเพื่อสันติภาพในซูดานและช่วงเสริมสร้างสัมพันธ์กับโลกมุสลิม
เศรษฐกิจการค้า

ข้อมูลเศรษฐกิจโดยทั่วไป

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 2.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2551)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 169 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2550)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 9.7
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐมาลาวี


1. ความสัมพันธ์ทั่วไป
1.1 ด้านการทูต
ไทยกับมาลาวีได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2530 โดยฝ่ายไทยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตของไทย ณ กรุงพริทอเรีย มีเขตอาณาครอบคลุมมาลาวี ในขณะที่ฝ่ายมาลาวี มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตของมาลาวี ณ กรุงโตเกียว ดูแลไทย

1.2 ด้านการเมืองและเศรษฐกิจ
ในปี 2551 ไทยและมาลาวีมีมูลค่าการค้ารวม 5.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 4.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 0.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 4.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่าการค้ารวมลดลงจากปี 2550 ซึ่งมีมูลค่าการค้ารวม 10.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 9.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 0.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกของไทย คือ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ ผ้าแบบสำหรับตัดเสื้อและผ้าที่จัดทำแล้ว เลนซ์ และเม็ดพลาสติก สินค้าที่ไทยนำเข้า คือ ด้ายและเส้นใย กาแฟ ชา เครื่องเทศ เครื่องเพชร พลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ และแผงวงจรไฟฟ้า

1.3 ความช่วยเหลือทางวิชาการ
ไทยให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่มาลาวีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้ทุนฝึกอบรมด้านการขจัดความยากจน สาธารณสุข และการเกษตร

1.4 การท่องเที่ยว
ในปี 2551 มีนักท่องเที่ยวชาวมาลาวีเดินทางมาไทยจำนวน 148 คน

2. การเยือนของผู้นำระดับสูง
ฝ่ายไทย
ที่ผ่านมา ยังไม่มีคณะผู้แทนระดับสูงของฝ่ายไทยเยือนมาลาวี

ฝ่ายมาลาวี
- วันที่ 30 พฤศจิกายน 2542 นาย Bakili Muluzi ประธานาธิบดีแวะผ่านประเทศไทย
- วันที่ 8 - 11 กุมภาพันธ์ 2543 นาย Sam Mpasu ประธานรัฐสภามาลาวีเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสหภาพรัฐสภา ที่กรุงเทพฯ
- วันที่ 19–24 ต.ค. 2549 รมว. อุตสาหกรรมและการค้า และ รมว. คมนาคมของมาลาวีได้นำคณะเยือนไทยและมาเลเซีย ได้พบนายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมช. คมนาคม และนายปิยบุตร ชลวิจารณ์ รมช. อุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรม

 


 

 

ช่องทางรับโปรโมชั่น พิเศษ!!


 

VISITOR

 สถิติวันนี้

111 คน

 สถิติเมื่อวาน

1197 คน

 สถิติเดือนนี้

สถิติปีนี้

สถิติทั้งหมด

24409 คน

226446 คน

3190329 คน

เริ่มเมื่อ 2012-06-11



   

     TOURISM AUTHORITY OF THAILAND
   LICENSE NO. 11/06794

 © 2011 Tourinloveallway  All rights reserved.


📞 02-174-2214-5 , 02-1742346-7
📱  088-886-0049 , 091-797-6745 , 088-449-2534
📩  tourinlove9@gmail.com
💬 line: @tourinlove
   facebook: http://www.facebook.com/ILoveTourInLove/
 follow us official