สาธารณรัฐไอซ์แลนด์
Republic of Iceland
 
ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง สาธารณรัฐไอซ์แลนด์เป็นเกาะอยู่ใต้เส้นอาร์กติก เซอร์เคิล (Arctic Circle) ทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติกตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะกรีนแลนด์ทางทิศตะวันตกของนอร์เวย์และทางทิศเหนือของสกอตแลนด์

ขนาด 103,000 ตารางกิโลเมตร หรือ 39,769 ตารางไมล์

ภูมิอากาศ ไอซ์แลนด์ตั้งอยู่ในเขตโอเชียนิก (Oceanic Zone) มีฤดูร้อนที่สั้นและเย็น มีฤดูหนาวที่ยาวนานแต่ไม่หนาวจัด อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนกรกฎาคมเดือนที่ร้อนที่สุดประมาณ 11 องศาเซลเซียส และในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนที่หนาวที่สุดประมาณ -1 องศาเซลเซียล ไอซ์แลนด์มีน้ำพุร้อนและมีกระแสน้ำอุ่นไหลผ่านจึงทำให้ไม่หนาวจนเกินไปและโดยที่ไอซ์แลนด์มีพื้นที่ไม่กว้างใหญ่นัก อุณหภูมิภายในประเทศจึงไม่แตกต่างกันมาก

ประชากร ประมาณ 306,694 คน (52)

เมืองหลวง กรุงเรคยาวิก (Reykjavik)

ภาษา ไอซ์แลนดิก (Icelandic) เป็นภาษาราชการ

ศาสนา ประชาชนส่วนใหญ่ (93 %) นับถือศาสนาคริสต์ นิกาย Evangelical Lutheran Church

มาตราวัด ใช้ระบบเมตริก

เงินตรา ใช้สกุลเงินโครนไอซ์แลนด์ (Icelandic Kronur - ISK) 1 โครนไอซ์แลนด์ ประมาณ 0.26 บาท (ณ วันที่ 20 มกราคม 2552) บาท

การปกครอง ระบบประชาธิปไตย (สาธารณรัฐ) โดยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 เขต โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ (อยู่ในตำแหน่งวาระละ 4 ปีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง) และประธานาธิบดี จะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีขึ้นบริหารประเทศโดยรับผิดชอบอำนาจบริหารร่วมกัน ส่วนอำนาจนิติบัญญัตินั้นมี Althingi (รัฐสภา) เป็นสภาเดียว ประกอบด้วยสมาชิกสภา 63 คน ซึ่งได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งวาระ 4 ปี

ประธานาธิบดี Mr. Olafur Ragnar Grimsson

นายกรัฐมนตรี Ms.J?hanna Sigur?ard?ttir

รัฐมนตรีต่างประเทศ Mr. ?ssur Skarph??insson

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) 11.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้ประชาชาติต่อหัว 39,400 ดอลลาร์สหรัฐ

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 13.1

ประเทศคู่ค้า นอร์เวย์ เยอรมนี เดนมาร์ก สวีเดน สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น อิตาลี ฝรั่งเศส สหรัฐฯ สเปน และสวิตเซอร์แลนด์
สินค้าเข้า เครื่องจักร อุปกรณ์การขนส่ง อาหาร สัตว์มีชีวิต

สินค้าออก ปลาทะเล ผลิตภัณฑ์จากประมง ผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมและเกษตรกรรม
การเมืองการปกครอง
ไอซ์แลนด์ได้รับเอกราชเมื่อปี 2452 (ค.ศ. 1919) แต่อยู่ภายใต้ราชวงศ์เดนมาร์ก (under the Danish crown) และต่อมาประชาชนไอซ์แลนด์ได้ลงคะแนนเสียงให้ไอซ์แลนด์เป็นสาธารณรัฐเมื่อวันที่17 มิถุนายน 2487 (ค.ศ.1944)
การเมืองภายในประเทศ
1. การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2546 (ค.ศ.2003) ผลปรากฏว่า พรรค Independence ของนายกรัฐมนตรี David Oddsson ยังคงได้รับเสียงมากที่สุดโดยได้ที่นั่งในสภา 22 ที่นั่ง พรรค Progressive มาเป็นอันดับที่สามได้ 12 ที่นั่ง ทั้งนี้พรรค Independence ยังเป็นแกนนำโดยร่วมกับพรรค Progressive จัดตั้งรัฐบาลผสมโดยสนับสนุนนาย David Oddsson ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป และนาย Halldor Asgrimsson ยังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งนับเป็น
การจัดตั้ง รัฐบาลสมัยที่ 4 ของนายกรัฐมนตรี David Oddsson นับตั้งแต่ปี 2534
(ค.ศ.1991)
2. สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2550 (ค.ศ.2007) ผลปรากฏว่า พรรค Independence ยังคงได้รับเสียงมากที่สุดโดยได้ที่นั่ง 25 ที่นั่ง พรรค Progressive มาเป็นอันดับที่สี่ได้ 7 ที่นั่ง สำหรับการจัดตั้งรัฐบาล พรรคIndependence ร่วมกับพรรค Social Democratic Alliance ซึ่งได้รับคะแนนเลือกตั้งเป็นอันดับ 2 โดยได้ 18 ที่นั่ง (เดิมเป็นพรรคฝ่ายค้าน) จัดตั้งรัฐบาลผสมเสียงข้างมากในสภา
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2550 (ค.ศ.2007) ประธานาธิบดีไอซ์แลนด์ได้ให้ความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของไอซ์แลนด์ โดยมี นาย Geir Haarde หัวหน้าพรรค Independence ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และนาง Ingibjorg Solrun Gisladottir หัวหน้าพรรค Social Democratic Alliance ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไอซ์แลนด์คนใหม่
3. การเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2547 (ค.ศ.2004) ได้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีไอซ์แลนด์ ผลปรากฏว่า นาย Olafur Ragnar Grimsson ประธานาธิบดีไอซ์แลนด์ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3 โดยได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 67.5 ขณะที่ผู้สมัครอีก 2 คน คือ นาย Baldur Agustsson และนาย Asthor Magnusson ผู้สมัครอิสระ ได้คะแนนเสียงร้อยละ 9.9 และ 1.5 ตามลำดับ การเลือกตั้งครั้งนี้มีประชาชนไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งร้อยละ 62.9 จากผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจำนวนประมาณ 211,000 คน
การเมืองระหว่างประเทศ
ไอซ์แลนด์เป็นสมาชิกของสมาคมการค้าเสรี แห่งยุโรป (European Free Trade Association - EFTA) ซึ่งมีสมาชิกประกอบด้วย นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และสวิตเซอร์แลนด์ โดยนอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และ ลิกเตนสไตน์ได้เจรจากับสหภาพยุโรป (European Union - EU) เพื่อจัดตั้งเขตเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Area - EEA) ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2537(ค.ศ. 1994) โดยไอซ์แลนด์เห็นว่า เขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) จะเป็นประโยชน์กับไอซ์แลนด์ในฐานะที่เป็นประเทศผู้ส่งออกมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดหลักการพื้นฐานของการจัดตั้ง EEA ที่จะให้มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการเงินทุน และประชากรโดยเสรีจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกของไอซ์แลนด์ไปยังสหภาพยุโรป ทั้งการเข้าร่วมเจรจาจะช่วยให้ไอซ์แลนด์ในฐานะประเทศเล็กจะได้รับประโยชน์จากความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในระดับพหุภาคี (multi-national level) ที่จะมีส่วนช่วยเกื้อกูลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ปัจจัยหนึ่งที่ไอซ์แลนด์จำเป็นจะต้องหาทางเจรจากับสหภาพยุโรป คือ เพื่อรักษาสถานะของการส่งออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับปลาไว้ เนื่องจากขณะนี้ความตกลงการค้าพิเศษที่ไอซ์แลนด์ทำไว้กับสหภาพยุโรป เมื่อปี 2535 (ค.ศ. 1992) เพื่อผ่อนคลายการจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเล โดยเฉพาะปลาเค็ม ไม่ได้สนองประโยชน์ต่อการส่งออกของไอซ์แลนด์ไปยังสหภาพยุโรปได้เช่นเดิม การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) จึงเป็นลู่ทางหนึ่งในการขยายการส่งออกผลผลิตด้านการประมงของไอซ์แลนด์ไปยังสหภาพยุโรป อย่างไรก็ดี ไอซ์แลนด์ยังไม่มีความตั้งใจที่จะเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในระยะอันใกล้ ด้วยเหตุผลที่สำคัญ คือ ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการส่งออกปลา และผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเป็นสำคัญ ซึ่งเมื่อไอซ์แลนด์เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปแล้ว ไอซ์แลนด์อาจจะต้องเสียผลประโยชน์ทั้งด้านการประมงและเกษตรกรรมด้านอื่น ๆ สำหรับความร่วมมือของไอซ์แลนด์ในระดับภูมิภาคยุโรป ไอซ์แลนด์เป็นสมาชิกในองค์กรสำคัญๆ เช่น กลุ่มนอร์ดิก (Nordic) ซึ่งประกอบด้วยเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน คณะมนตรีแห่งยุโรป (Council of Europe)องค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Cooperation in Europe - OSCE) องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organization - NATO) นอกจากนี้ ในด้านเศรษฐกิจ ไอซ์แลนด์ยัง มีความตกลงการค้าพิเศษกับสหภาพยุโรป
เศรษฐกิจการค้า
สภาวะทางเศรษฐกิจ
1. การพัฒนาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไอซ์แลนด์ดำเนินไปในลักษณะเช่นเดียวกับการพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย คือ เป็นระบบทุนนิยม โดยมีระบบสวัสดิการที่ครอบคลุมแม้กระทั่งสวัสดิการที่อยู่อาศัย การกระจายรายได้อย่างค่อนข้างเท่าเทียมกัน การให้ความสำคัญแก่การค้าเสรี และการมีอัตราการว่างงานที่ต่ำ2.ไอซ์แลนด์มีระดับมาตรฐานการครองชีพที่นับว่าสูงที่สุดประเทศหนึ่งในโลก แหล่งรายได้ที่สำคัญของไอซ์แลนด์ คือ อุตสาหกรรมการประมงซึ่งทำรายได้เข้าประเทศถึง 2 ใน 3 จากรายได้ที่ได้รับจากการส่งออกทั้งหมด โดยประเทศที่เป็นเป้าหมายส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ สหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและเดนมาร์ก และประเทศที่นำเข้าสินค้าจากไอซ์แลนด์ที่สำคัญ ได้แก่ เยอรมนี นอร์เวย์ สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก ระบบเศรษฐกิจของไอซ์แลนด์จึงขึ้นอยู่กับการค้าระหว่างประเทศเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงราคาของการซื้อขายปลาระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ไอซ์แลนด์มีนโยบายสนับสนุนการส่งออกกระแสไฟฟ้าพลังน้ำและที่ได้รับความร้อนจากใต้ดิน (Geothermal and hydro power) ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะเป็นแหล่งที่มาของรายได้เข้าประเทศที่สำคัญอีกสาขาหนึ่ง
3. ในช่วงปี 2547 เศรษฐกิจของไอซ์แลนด์เริ่มขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยว และการเงินการคลัง รวมทั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของอุตสาหกรรม Software และเทคโนโลยีชีวภาพ หลังจากที่ภาวะเศรษฐกิจของประเทศมีการชะลอตัวในปี 2546 สืบเนื่องมาจากสาเหตุสำคัญ คือ การอ่อนตัวของค่าเงินโครนไอซ์แลนด์ และการเพิ่มขึ้นของอัตราของเงินเฟ้อในช่วงปลายปี 2545 ทั้งนี้ รัฐบาลไอซ์แลนด์พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการลดทอนรายจ่ายของภาครัฐ การเพิ่มความเข้มงวดในนโยบายงบประมาณ และนโยบายการเงิน
4. ในช่วงปี 2548 – 2549 เศรษฐกิจของไอซ์แลนด์ยังคงอยู่ในสถานะถดถอยอย่างมาก ธนาคารแห่งชาติได้ปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นถึง 14 ครั้ง ในรอบ 2 ปี เพื่อพยุงสถานะเศรษฐกิจของประเทศ และในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2549 ไอซ์แลนด์ขาดดุลการค้าถึง 66 พันล้านโครนไอซ์แลนด์ ซึ่งสูงเป็น 2 เท่าของช่วงเวลาเดียวกันของปี 2548 การส่งออกเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.8 ในขณะที่การนำเข้าสูงถึงร้อยละ 23.9 และอัตราเงินเฟ้อสูงถึงร้อยละ 7.6
5. โดยที่ปัจจุบัน สาธารณรัฐไอซ์แลนด์ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมากตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 ส่งผลให้มีอัตราว่างงานและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น กอปรกับกองทุนบำนาญของไอซ์แลนด์ต้องสูญเสียเงินเป็นอย่างมาก เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 นาง Johanna Sigurdardottir นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ ได้กล่าวถ้อยแถลงในการเปิดประชุมรัฐสภาของไอซ์แลนด์ กระตุ้นให้ประชาชนทุกคนมีความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวในการทำงานร่วมกัน เพื่อนำพาประเทศให้ผ่านพ้นปัญหา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่ได้รับเลือกเข้ามาในรัฐสภาแห่งนี้ ก็ต้องเคารพความเห็นของกันและกัน เพื่อจะได้มีฉันทามติในประเด็นต่างๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐไอซ์แลนด์
ความสัมพันธ์ทางการทูต ไอซ์แลนด์กับไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2518 (ค.ศ. 1975) โดยที่ประเทศทั้งสองยังไม่ได้จัดตั้งสถานเอกอัครราชทูตซึ่งกันและกัน ฝ่ายไทยได้มอบหมายให้ไอซ์แลนด์อยู่ในเขตอาณาของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน และเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำไอซ์แลนด์อีกตำแหน่ง โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงโคเปนเฮเกน เอกอัครราชทูตคนปัจจุบันคือนางชลชินีพันธุ์ ชีรานนท์
สถานที่อยู่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน
Royal Thai Embassy, Norgesmindevej 18, 2900 Hellerup, Copenhagen, Denmark
Tel 45-39625010 Fax 45-39625059
สำหรับไอซ์แลนด์ได้แต่งตั้งให้นาย Thordur Aegir Oskarsson เอกอัครราชทูต
ไอซ์แลนด์ ถิ่นพำนัก ณ กรุงโตเกียว ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไอซ์แลนด์ประจำประเทศไทย
สำหรับงานด้านกงสุล รัฐบาลไอซ์แลนด์แต่งตั้งนายชำนาญ วีรวรรณ เป็น กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ไอซ์แลนด์ประจำประเทศไทย และนาย Poul Weber เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ ตั้งแต่ปี 2540 สถานที่อยู่ The Consulate – General of Iceland, 2nd Floor Sivadon Building,Bangrak, Bangkok 10500, Tel. 0-2289-1121-5 Fax 0-2688-2690และรัฐบาลไทยได้แต่งตั้งนาย Kjartan Borg เป็นกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ไทยประจำประเทศไอซ์แลนด์

ความสัมพันธ์ด้านการเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ไอซ์แลนด์ดำเนินไปด้วยความราบรื่นทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี ไทยและไอซ์แลนด์มีความเห็นสอดคล้องและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในกรอบการดำเนินงานในองค์การระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสนับสนุนของไอซ์แลนด์ต่อผู้สมัครของไทยในเวทีระหว่างประเทศต่างๆ เช่น การสมัครเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก(WTO) ของฯพณฯ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ในขณะนั้น)
จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ไอซ์แลนด์ได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ไทย โดยได้จัดส่งน้ำดื่มใส่ขวดพลาสติกจำนวน 20 ตัน เต็นท์ และผ้าห่ม ให้แก่ผู้ประสบภัย

ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ
1. การค้าทวิภาคีไทย-ไอซ์แลนด์ ไอซ์แลนด์เป็นคู่ค้าอันดับที่ 138 ของไทย มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างไทยกับไอซ์แลนด์มีมูลค่าจำกัด กล่าวคือ ในปี 2552 มีมูลค่า 8.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าส่งออก 4.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่านำเข้า 3.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 0.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การส่งออก สินค้าออกสำคัญของไทย คือ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน อาหารทะเลกระป่องและแปรรูป ตาข่ายจับปลา ข้าว เครื่องกีฬาและเครื่องเล่นเกมส์ เป็นต้น
การนำเข้า สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งแปรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องเพชรพลอย อัญมนี เงินแท่งและทองคำ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ สัตวืและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เป็นต้น

2. ปัญหาและอุปสรรคการค้าทวิภาคีไทย-ไอซ์แลนด์
2.1 ผู้ผลิตและผู้ส่งออกของไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญแก่ตลาดไอซ์แลนด์มากนัก
เนื่องจากเห็นว่า เป็นตลาดขนาดเล็ก และยังขาดข้อมูลเกี่ยวกับตลาดไอซ์แลนด์ในด้านต่างๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่จะทำการซื้อขายระหว่างกัน การกำหนดราคาที่สามารถแข่งขันในตลาดช่องทางการจัดจำหน่ายของสินค้าและการส่งเสริมการขาย
2.2 ด้านการขนส่ง เส้นทางการขนส่งที่มีระยะทางห่างไกลก่อให้เกิดต้นทุนสินค้าที่สูงการขนส่งทางอากาศที่ยังมีอัตราระวางที่สูง
การท่องเที่ยว ประชาชนทั้งสองประเทศยังไปมาหาสู่ในรูปของการท่องเที่ยวไม่มากนัก เนื่องจากห่างไกลกันมาก การคมนาคมไม่สะดวก อย่างไรก็ตาม ชาวไอซ์แลนด์เดินทางมาไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2552 (มกราคม - กันยายน) มีชาวไอซ์แลนด์เดินทางมาไทย 2,125 คน
ภาพลักษณ์ไทย ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับไอซ์แลนด์อยู่ในระดับดีไอซ์แลนด์ให้ความสนใจและรู้จักประเทศไทยผ่านทางการรายงานข่าวระหว่างประเทศทั้งทางสื่อมวลชน โทรทัศน์ และการติดต่อระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาพลักษณ์ของไทยส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจสูงและเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มีบทบาทสำคัญทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจในภูมิภาค เป็นสมาชิกชั้นนำในอาเซียน เอเปค (APEC) และการประชุมเอเชีย-ยุโรป (ASEM) และเป็นประเทศเก่าแก่ที่มีวัฒนธรรมและเป็นแหล่งท่องเที่ยว ในด้านปัญหาของภาพลักษณ์นั้น จะอยู่ในการรายงานข่าวในประเด็นปัญหาเรื่องโสเภณีและโสเภณีเด็ก ยาเสพติด เป็นต้น

ชุมชนชาวไทยในไอซ์แลนด์
มีชาวไทยอาศัยอยู่ในไอซ์แลนด์ประมาณ 1,076 คน ส่วนใหญ่จะเป็นสตรีไทยที่สมรสกับชาวไอซ์แลนด์ ซึ่งประกอบอาชีพแม่บ้าน และรับจ้าง (แรงงานไทยส่วนใหญ่ ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ปลา) มีร้านอาหารไทย 18 ร้าน วัดไทย 1 แห่ง และสมาคมไทย-ไอซ์แลนด์

การแลกเปลี่ยนการเยือน
ฝ่ายไอซ์แลนด์
- วันที่ 27- 31 มกราคม 2542 (ค.ศ.1999) นาย Halldor Asgrimsson รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าต่างประเทศ พร้อมคณะภาคเอกชน 24 คนเยือนไทย โดยเป็นแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 28-30 มกราคม 2542
- วันที่ 10 เมษายน 2545 (ค.ศ.2002) นาย Olafur Egilsson เอกอัครราชทูตไอซ์แลนด์ประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงปักกิ่ง เดินทางมาเยือนไทย
- วันที่ 1-3 ตุลาคม 2546 (ค.ศ.2003) นาย Olafur Egilsson เอกอัครราชทูตไอซ์แลนด์ประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงเรคยาวิก เดินทางมาเยือนไทย
- วันที่ 4-12 ธันวาคม 2547 (ค.ศ.2004) นาย Olafur Egilsson เอกอัครราชทูตไอซ์แลนด์ประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงเรคยาวิก เดินทางมาเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

- วันที่ 10 มกราคม 2548 (ค.ศ.2005) เอกอัครราชทูต Gretar Mar Sigurosson อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ พร้อมคณะ ในฐานะหัวหน้าผู้แทนการเจรจาของสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) เยือนไทยเพื่อเจรจาเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดทำความตกลง เขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรปกับทางการไทย
- วันที่ 1-7 พฤษภาคม 2548 (ค.ศ.2005) นาย David Gunnarsson ปลัดกระทรวงและประธานคณะกรรมการบริหารองค์การอนามัยโลก (Permanent Secretary and Chairman of the Executive Board of the World Health Organization) เยือนไทย เพื่อเข้าร่วมประชุม The Health Aspects of the Tsunami Disater in Asia ที่จ.ภูเก็ต และได้พบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ฝ่ายไทย
- เดือนมิถุนายน 2539 (ค.ศ.1996) สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จเยือนไอซ์แลนด์ เป็นการส่วนพระองค์
- วันที่ 16-21 กรกฎาคม 2546 (ค.ศ.2003) รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง (นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล) และคณะ เยือนไอซ์แลนด์
- วันที่ 10-12 พฤษภาคม 2548 (ค.ศ.2005) นายเกริกไกร จีระแพทย์ หัวหน้าคณะ ผู้แทนไทยในการเจรจาจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) เยือนไอซ์แลนด์ เพื่อเจรจาเรื่อง FTA ระหว่างไทยกับ EFTA (Exploratory Meeting)

 


 

 

ช่องทางรับโปรโมชั่น พิเศษ!!


 

VISITOR

 สถิติวันนี้

30 คน

 สถิติเมื่อวาน

1197 คน

 สถิติเดือนนี้

สถิติปีนี้

สถิติทั้งหมด

24328 คน

226365 คน

3190248 คน

เริ่มเมื่อ 2012-06-11



   

     TOURISM AUTHORITY OF THAILAND
   LICENSE NO. 11/06794

 © 2011 Tourinloveallway  All rights reserved.


📞 02-174-2214-5 , 02-1742346-7
📱  088-886-0049 , 091-797-6745 , 088-449-2534
📩  tourinlove9@gmail.com
💬 line: @tourinlove
   facebook: http://www.facebook.com/ILoveTourInLove/
 follow us official