สหภาพคอโมโรส
Union of the Comoros
 
ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง คอโมโรสเป็นหมู่เกาะซึ่งประกอบด้วย 3 เกาะใหญ่ คือ Grande Comore (Ngazidja), Anjouan (Nzwani) และ Moheli (Mwali) ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดียทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา ตั้งอยู่ในช่องแคบโมซัมบิกระหว่างโมซัมบิกและมาดากัสการ์


พื้นที่ 2,170 ตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง กรุงโมโรนี (Moroni)

ประชากร 0.7 ล้านคน (2551)

ภูมิอากาศ แบบ Tropical อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 27 – 35 องศาเซลเซียส
ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน –พฤษภาคม

ภาษาราชการ ภาษาฝรั่งเศส อารบิก และ Shikomoro

ศาสนา อิสลาม (สุหนี่) 98% คริสต์(โรมันคาทอลิก) 2%

ระบบการปกครอง ปกครองในระบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดี เป็นประมุขของรัฐ และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล

ประธานาธิบดี Mr. Ahmed Abdallah Mahamed Sambi

รัฐมนตรีต่างประเทศ Mr. Ahmed Ben Said Jaffar

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
ในอดีตหมู่เกาะคอโมโรสเป็นจุดพักเรือและเส้นทางเรือในมหาสมุทรอินเดียที่สำคัญของชาวเปอร์เซียและอาหรับเพื่อเดินทางไปยังดินแดนตะวันออกไกลและอินเดีย โดยอยู่ภายใต้การปกครองของชาวอาหรับ ต่อมาชาติตะวันตกเริ่มแผ่ขยายลัทธิล่าอาณานิคมมายังทวีปแอฟริกา และในระหว่างปี 2384-2452 หมู่เกาะคอโมโรสได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส หลังจากนั้น ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หมู่เกาะคอโมโรสตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอังกฤษ แต่ต่อมาในปี 2489 ได้ถูกยกคืนให้อยู่ภายใต้เขตการปกครองของฝรั่งเศสอีกครั้ง

ในปี 2518 ประชาชนในหมู่เกาะคอโมโรส ประกอบด้วย Grande Comore (Ngazidja), Anjouan (Nzwani) และ Moheli (Mwali) ได้ลงมติให้คอโมโรสเป็นอิสระและฝรั่งเศสได้มอบ เอกราชคืนแก่หมู่เกาะคอโมโรส ยกเว้นเกาะมาโยตที่ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของฝรั่งเศส เนื่องจากประชาชนบนเกาะได้ลงประชามติให้เกาะมาโยตอยู่ภายใต้ความดูแลของฝรั่งเศสในฐานะ overseas community และล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2552 ชาวเกาะมาโยตได้ลงคะแนนในประชามติเพื่อเปลี่ยนสถานะของเกาะเป็น overseas department ของฝรั่งเศส โดยสถานะดังกล่าวทำให้เกาะมาโยตมีพันธะผูกพันทางการเมืองและการปกครองกับฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น

หลังจากได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสในปี 2518 การเมืองภายในของคอโมโรสไม่มีเสถียรภาพ โดยมีการปฏิวัติรัฐประหารมาแล้วทั้งหมด 21 ครั้ง ประธานาธิบดีคนแรกของคอโมโรส คือ นาย Ahmed Abdallah Abderrahman ถูกรัฐประหารในปี 2519 และกลับมาดำรงตำแหน่งใหม่ในเวลาสั้นๆ และถูกรัฐประหารอีกครั้งในปี 2521 และ 2526 ท้ายที่สุดนาย Abderrahman ถูกลอบสังหารในปี 2532

หลังจากนั้น คอโมโรสได้จัดการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยครั้งแรก ในปี 2533 โดยนาย Sa?d Mohamed Djohar ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี แต่ในปีถัดมานาย Djohar ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทำให้ถูกปลดจากตำแหน่งประธานาธิบดี และมีการแต่งตั้งประธานาธิบดีชั่วคราว อย่างไรก็ตาม นาย Djohar ได้กลับมามีอำนาจและดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งเนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากฝรั่งเศส

ในปี 2536 คอโมโรสได้เข้าเป็นสมาชิกในสันนิบาตอาหรับ (Arab League) สองปีต่อมามีกลุ่มก่อความไม่สงบต้องการทำรัฐประหารแต่กองกำลังของฝรั่งเศสสามารถระงับเหตุการณ์ไว้ได้ และในปี 2539 คอโมโรสได้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยนาย Mohamed Taki Abdulkarim ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีต่อจากนาย Djohar

ต่อมาในปี 2541 นาย Abdulkarim ถึงแก่อสัญกรรมและอำนาจการปกครองตกอยู่กับนาย Tadjiddine Ben Said Massounde ความวุ่นวายภายในประเทศส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจของคอโมโรสตกต่ำลง และทำให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเข้ายึดการปกครองบนเกาะ Anjouan (Nzwani) และเกาะ Moheli (Mwali) ซึ่งหลังจากยึดครองสำเร็จผู้ก่อความไม่สงบ ได้ขออยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสและมีผู้นำของตนเอง ในส่วนเกาะ Grande Comore (Ngazidja) กองกำลังทหารของคอโมโรสนำโดย Colonel Azali Assoumani ทำรัฐประหารนาย Massounde ในปี 2542 หลังจากนั้นนาย Azali ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเกาะ Grande Comore (Ngazidja) โดยเป็นผู้กุมอำนาจทั้งทางการบริหารและการทหารของคอโมโรส

ต่อมาในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน นาย Azali แต่งตั้งให้ นาย Bainrifi Tarmidi ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งคณะรัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ นอกจากนี้รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการหลายหน่วยเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตั้งสภาสูง และคณะกรรมาธิการสามฝ่าย (ฝ่ายรัฐบาล กลุ่มแบ่งแยกดินแดน และฝ่ายค้าน) หลังจากนั้นทั้งสามฝ่ายได้ลงนามในกรอบความตกลงฟื้นฟูคอโมโรส (Framework Accord for reconciliation in Comoros) ร่วมกัน โดยมีองค์กรเอกภาพแอฟริกา (Organization for African Unity) เป็นคนกลาง

กรอบความตกลงฟื้นฟูคอโมโรสเป็นจุดริเริ่มในการสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยเป็นการพัฒนาเอกลักษณ์ใหม่ของชาวคอโมโรส (New Comorian Entity) นำมาสู่การจัดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปี 2545 โดยบัญญัติให้คอโมโรสมีการจัดการปกครองแบบสหพันธรัฐ และได้ให้สิทธิในการปกครองตนเองของแต่ละเกาะ

การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหภาพคอโมโรส (รวม 3 เกาะ) มีขึ้นครั้งแรกในปี 2545 โดยนาย Azali ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหภาพคอโมโรสแป็นคนแรก และประธานาธิบดี Mohamed Bacar แห่ง Nzwani ได้จัดตั้งคณะรัฐบาลในเดือนเมษายน 2546 ต่อมาในเดือนเมษายน 2547 ได้มีการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติ ส่งผลให้รัฐสภาคอโมโรสมีสถานะสมบูรณ์

ล่าสุด ในปี 2549 นาย Ahmed Abdallah sambi แห่ง Nzwani ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหภาพคอโมโรส สืบต่อจากนาย Azali
การเมืองการปกครอง

1. การเมืองการปกครอง
สหภาพคอโมโรสปกครองด้วยระบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล สถาบันการเมืองประกอบด้วยฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ

ฝ่ายบริหาร ประกอบด้วยประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้ง และเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี

ฝ่ายนิติบัญญัติ ระบบรัฐสภาของคอโมโรสมี 2 สภา คือ วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฏร โดยสมาชิกวุฒิสภา มีจำนวน 15 คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร มีจำนวน 43 คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี

ฝ่ายตุลาการ ประกอบด้วยศาลสูง โดยผู้พิพากษาศาลสูง 2 คน มาจากการได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี อีก 2 คน มาจากการแต่งตั้งของสภาผู้แทนราษฏร และอีก 3 คน เป็นผู้แทนของเกาะใหญ่ ทั้ง 3 เกาะ
หมู่เกาะคอโมโรสจัดการปกครองในลักษณะสหพันธรัฐ แต่ละเกาะมีสิทธิ์ในการปกครองตนเอง โดยมีรัฐสภาและมีการเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ (รวม 3 เกาะ) จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป โดยมีวาระคราวละ 4 ปี

การปกครองภายในประเทศแบ่งอำนาจการปกครองทั้ง 3 เกาะ ออกเป็น 4 เมือง (เขตเทศบาล) ได้แก่ เมือง Domoni, Fomboni, Moroni และ Moutsamoudou

2. เศรษฐกิจและสังคม
คอโมโรสจัดเป็นประเทศยากจนที่สุดประเทศหนึ่ง เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความไม่มั่นคงและขาดเสถียรภาพทางการเมือง อัตราการเพิ่มของประชากรในระดับสูง ระดับการศึกษาต่ำ และขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ รายได้หลักของประเทศมาจากภาคเกษตรกรรมแบบยังชีพ เช่น การประมง การล่าสัตว์และป่าไม้ นอกจากนี้ คอโมโรสยังพึ่งพาความช่วยเหลือจากต่างชาติทั้งในรูปของความช่วยเหลือทางการเงินและความช่วยเหลือทางวิชาการเป็นจำนวนมาก

ประชากรจำนวน 2 ใน 3 ของประเทศอาศัยอยู่ในชนบทและทำการเพาะปลูก โดยพืชหลักที่นิยมปลูกได้แก่มะพร้าวและกล้วย ส่วนพืชส่งออกที่สำคัญ คือ วานิลา กานพลู และพืชที่ใช้สกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย (หัวเชื้อน้ำหอม) สำหรับภาคอุตสาหกรรมในคอโมโรสเน้นการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร อาทิ การกลั่นน้ำหอม การผลิตเฟอร์นิเจอร์ และเริ่มนีนโยบายส่งเสริมธุรกิจด้านการท่องเที่ยว สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวและอาหาร สินค้าบริโภค ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ซีเมนต์ และอุปกรณ์การขนส่งคมนาคม

ประเทศคู่ค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี สิงคโปร์ ตุรกี และสหรัฐฯ
ส่วนประเทศนำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ฝรั่งเศส สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แอฟริกาใต้ ปากีสถาน เคนยา จีน และอินเดีย

3. นโยบายต่างประเทศ
หมู่เกาะคอโมโรสให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายต่างประเทศทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี
ในระดับทวิภาคี คอโมโรสให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะฝรั่งเศส จีน และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ถึงแม้ว่าจะมีความตึงเครียดในความสัมพันธ์กับฝรั่งเศส เนื่องจากหมู่เกาะคอโมโรสได้ทวงคืนเกาะมาโยตจากฝรั่งเศส และเสียงส่วนใหญ่จากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) สนับสนุนให้หมู่เกาะคอโมโรสปกครองเกาะมาโยต แต่ฝรั่งเศสได้ออกเสียงคัดค้าน (veto) ในที่ประชุม UNSC มาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากประเด็นเกาะมาโยต คอโมโรสมีความสัมพันธ์ที่ดีกับฝรั่งเศสทั้งในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยรวม และเศรษฐกิจ

สำหรับจีนได้เข้ามามีอิทธิพลในทวีปแอฟริกามากขึ้นเรื่อยๆ และคอโมโรสเป็นประเทศที่จีนสนใจ โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมการประมงเพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในมหาสมุทรอินเดีย และด้านการผลิตพลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ จีนยังสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่คอโมโรสด้วย

รัฐบาลของนาย Sambi มีนโยบายกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับกลุ่มประเทศมุสลิม โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งนาย Sambi มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลอิหร่าน และจากนโยบายนี้ส่งผลให้ประเทศตะวันออกกลาง อาทิ คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมทั้งอิหร่านเข้ามาลงทุน ตลอดจนให้ความช่วยเหลือทางการเงินให้แก่คอโมโรสมากขึ้น

ในเวทีระหว่างประทศคอโมโรสเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติและหน่วยงานสหประชาชาติอื่นๆ อาทิ การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (United Nations Conference on Trade and Development: UNCTAD) องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นสมาชิกในองค์กรระดับภูมิภาคที่สำคัญ ได้แก่ สหภาพแอฟริกา (African Union) คณะกรรมาธิการมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Commission: IOC) รวมทั้งองค์การการประชุมอิสลาม (Organization of the Islamic Conference: OIC)

เศรษฐกิจการค้า
ข้อมูลเศรษฐกิจ/การค้า

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 0.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทย 273.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 492 ดอลลาร์สหรัฐ (ไทย 3,724 ดอลลาร์สหรัฐ) (ปี 2550)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 0.5 (ไทย ร้อยละ 2.6)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 9.6 (ไทย ร้อยละ 5.5)

อัตราการว่างงาน ยังไม่ปรากฏข้อมูล (ไทย ร้อยละ 1.4)

เงินทุนสำรอง 112.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทย : 131.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

อุตสาหกรรมที่สำคัญ การประมง การท่องเที่ยว การกลั่นน้ำหอม

ดุลการค้ากับไทย ปี 2551 ไทยและคอโมโรสมีมูลค่าการค้า 0.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 0.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่ระบุรายงานการนำเข้าสินค้า

ไทยได้เปรียบดุลการค้า 0.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกที่สำคัญ วานิลา กานพลู กระดังงา(ใช้ทำน้ำหอม) เนื้อมะพร้าวแห้ง

สินค้านำเข้าที่สำคัญ ข้าว อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ซีเมนต์ อุปกรณ์ขนส่ง

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ
(สถิติปี 2551) ส่งออกไป ตุรกี 38% ฝรั่งเศส 27.5% สิงคโปร์ 9.2% ซาอุดิอารเบีย 4.1%

นำเข้าจาก ฝรั่งเศส 18.2% สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 10.8% แอฟริกาใต้ 8.5% ปากีสถาน 7.2% เคนยา 5.7% จีน 5.4% อินเดีย 5%

หน่วยเงินตรา Comoros Franc ประมาณ 1 บาท ประมาณ 9.86 KMF (พฤศจิกายน 2552)

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหภาพคอโมโรส

1. ความสัมพันธ์ด้านการเมือง/การทูต

ไทยกับคอโมโรสได้สถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกันเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2529 โดยฝ่ายไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี มีเขตอาณาครอบคลุมคอโมโรส ส่วนคอโมโรสยังไม่ได้มอบหมายให้ สถานเอกอัครราชทูตของตนแห่งใดมีเขตอาณาครอบคลุมไทย แต่มีสถานกงสุลใหญ่ ณ สิงคโปร์ เป็นจุดติดต่อกับรัฐบาลไทย และล่าสุดคณะทูตถาวรแห่งสหภาพคอโมโรสประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เสนอเป็นจุดติดต่อกับรัฐบาลไทยแต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาแต่อย่างใด

2. ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

ในอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคอโมโรสเคยเดินทางเยือนไทยหลายครั้ง เพื่อเจรจาซื้อข้าวจากรัฐบาลไทย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา การค้าระหว่างไทยกับคอโมโรสยังมีน้อย โดยไทยเป็นฝ่ายส่งออกสินค้าไปยังคอโมโรสเป็นส่วนใหญ่ และนำเข้าสินค้าจากคอโมโรสในอัตราที่น้อยมาก

ระหว่างการประชุม South Summit ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2548 ดร. สรจักร เกษมสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักรัฐมนตรี ได้พบหารือกับนาย Aboudou Spefo รัฐมนตรีต่างประเทศคอโมโรสในขณะนั้น โดยฝ่ายไทยได้เชิญให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคอโมโรสเดินทางเยือนไทย ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคอโมโรสตอบรับคำเชิญ แต่หลังจากนั้น คอโมโรสได้เปลี่ยนประธานาธิบดีและคณะรัฐบาล โดยนาย Ahmed Said Jaffar ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ ทำให้การพิจารณาเยือนไทยหยุดชะงักไป

ในปี 2551 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับคอโมโรสมีมูลค่า 0.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 0.73ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่มีรายงานสินค้านำเข้า ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้าเป็นเงิน 0.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

3. ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย

ยังไม่มีความตกลงระหว่างกัน

4. การเยือนที่สำคัญ

ยังไม่มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกัน

 


 

 

ช่องทางรับโปรโมชั่น พิเศษ!!


 

VISITOR

 สถิติวันนี้

873 คน

 สถิติเมื่อวาน

2443 คน

 สถิติเดือนนี้

สถิติปีนี้

สถิติทั้งหมด

43745 คน

325107 คน

3288990 คน

เริ่มเมื่อ 2012-06-11



   

     TOURISM AUTHORITY OF THAILAND
   LICENSE NO. 11/06794

 © 2011 Tourinloveallway  All rights reserved.


📞 02-174-2214-5 , 02-1742346-7
📱  088-886-0049 , 091-797-6745 , 088-449-2534
💬 line: @tourinlove
   facebook: http://www.facebook.com/ILoveTourInLove/
 follow us official