สาธารณรัฐจิบูตี
Republic of Djibouti
 
ข้อมูลทั่วไป

ชื่อทางการ สาธารณรัฐจิบูตี (Republic of Djibouti)

ข้อมูลทางภูมิศาสตร์

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกา ทิศเหนือติดเอริเทรีย ทิศตะวันตก และใต้
ติดเอธิโอเปีย ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดโซมาเลีย ทิศตะวันออกติดอ่าว Aden และทะเลแดง พื้นที่ 23,000 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ชายฝั่งทะเล 314 กิโลเมตร


เมืองหลวง กรุงจิบูตี (Djibouti)

ภูมิอากาศ ร้อนแห้งแบบทะเลทราย

ข้อมูลเกี่ยวกับประชากร
จำนวนประชากร 800,000 คน (กค. 2552)

ภาษา ฝรั่งเศสและอาหรับเป็นภาษาทางการ นอกจากนี้ยังมีภาษาโซมาลี อาฟาร์ที่เป็นภาษาท้องถิ่นอีกด้วย

ศาสนา อิสลาม ร้อยละ 94 และคริสต์ ร้อยละ 6

ระบบการปกครอง สาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และมีนายกรัฐมนตรีซึ่งแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีสภาเดียวคือ Chamber of Deputies หรือ Chambre des Deputes มาจากการเลือกตั้ง 65 คน

ประมุขของรัฐ นายอิสมาอิล โอมาร์ เกลลีห์ (Isma?l Omar Guelleh)

หัวหน้ารัฐบาล นาย Dileita Mohamed Dileita


รัฐมนตรีต่างประเทศ นาย Mahamoud Ali Youssouf

ประวัติโดยสังเขป
- จิบูตีเป็นอาณานิคมภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2510 โดยใช้ชื่อว่า ดินแดน Afars and Issas ซึ่งเป็นชื่อของกลุ่มชนพื้นเมืองในจิบูตีที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชนพื้นเมืองในเอธิโอเปีย (Afar) และโซมาเลีย (Issa)

- จิบูตีได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2520 โดยมีนาย Hassan Gouled Aptidon ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของจิบูตี นาย Aptidon ปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการ มีพรรคการเมืองพรรคเดียว คือ พรรค Rassemblement populaire pour le progr?s (RPP) ซึ่งมีสมาชิกเป็นชาว Issa เท่านั้น เป็นสาเหตุให้เกิดความไม่พอใจและความขัดแย้งของสองชนเผ่า ต่อมาความขัดแย้งได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับกลุ่มต่อต้านที่ต่อมาได้จัดตั้งพรรค Front pour la restauration de l’unit? et de la d?mocratie (FRUD) ของชาว Afar ขึ้น

- ในเดือนธันวาคม 2537 ความขัดแย้งได้คลี่คลายลง เมื่อรัฐบาลได้ลงนามสันติภาพกับพรรค FRUD และให้ผู้นำพรรคเข้าดำรงตำแหน่งในรัฐสภา ด้วยเหตุนี้ทำให้เกิดความแตกแยกในพรรค FRUD ในขณะเดียวกับที่พรรค RPP ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนมากขึ้น

- หลังจากนั้นนาย Isma?l Omar Guelleh ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีแทนนาย Aptidon เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2542 ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2544 นาย Ahmed Dini ผู้นำทางทหารของพรรค FRUD ได้ลงนามข้อตกลงสันติภาพร่วมกับฝ่ายรัฐบาลเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งทั่วไป (parliamentary election) ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2545

- ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุด (ปี 2548) นาย Guelleh ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น เนื่องจากคู่แข่งคนสำคัญ คือ นาย Ahmed Dini เสียชีวิต 7 เดือนก่อนวันเลือกตั้ง และฝ่ายค้านปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการเลือกตั้ง ดังนั้น นาย Guelleh จึงได้รับคะแนนเสียงทั้งหมดจากชาวจิบูตี และสามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกวาระหนึ่ง

การเมืองการปกครอง

การเมืองการปกครอง
1.1 ระบบการปกครอง
จิบูตีมีระบบการปกครองแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ อยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี ระบบพรรคการเมืองแบบหลายพรรคถูกจัดตั้งขึ้นหลังจากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2535 โดยปัจจุบันมี 9 พรรคการเมือง โดยแบ่งเป็น 2 ฝ่ายหลักๆ ได้แก่ ฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดี Union pour la majorit? pr?sidentielle (UMP) และฝ่ายค้าน Union pour une alternance d?mocratique (UAD) ระบบการบริหารราชการแผ่นดินมีสภาเดียวคือ สภาผู้แทน ราษฎร (Chamber of Deputies หรือ Chambre des D?put?s) ซึ่งมีสมาชิกจำนวน 65 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน มีวาระสมัยละ 5 ปี สำหรับระบบกฎหมายของจิบูตีนั้นได้รับอิทธิพลจากระบบกฎหมายของฝรั่งเศสและระบบกฎหมายอิสลาม (Sharia – Islamic Law)

จิบูตี แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 6 เขต ได้แก่ Ali Sabieh, Arta, Dikhil, Djibouti, Oback และ Tadjourah

1.2 เศรษฐกิจและสังคม

- จิบูตีเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก เนื่องจากที่ตั้งของจิบูตี อยู่บนเส้นทางการเดินเรือและเป็นจุดผ่านในการขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากอ่าวอาหรับและอ่าวเปอร์เซีย ไปยังคลองสุเอซและแหลม Good Hope ของแอฟริกาใต้ ท่าเรือของจิบูตีจึงเป็นศูนย์กลางขนถ่ายสินค้าและบริการกระจายเข้าสู่อนุภูมิภาคแอฟริกาเหนือและตะวันออก

- เศรษฐกิจของจิบูตีพึ่งพาการให้บริการทางท่าเรือซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ โดยร้อยละ 80 ของการขนส่งสู่ท่าเรือเป็นการขนส่งจากเอธิโอเปีย นอกนั้นใช้เส้นทางรถไฟระหว่างกรุงแอดดิสอาบาบากับกรุงจิบูตี ซึ่งเป็นเพียงเส้นทางเดียวที่สินค้าและบริการสามารถเข้าสู่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเอธิโอเปีย ท่าเรือของจิบูตีเป็นจุด re-export สินค้าเข้าสู่ตลาดในแอฟริกาตะวันออก และกลุ่มประเทศตลาดร่วมแห่งภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาใต้ (Common Market for Eastern and Southern Africa) หรือ COMESA 20 ประเทศ

- จิบูตีให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบท่าเรือเป็นอย่างมาก โดยการท่าของจิบูตีได้ตกลงทำสัญญาร่วมกับบริษัท Dubai Ports International (DPI) ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐบาลสหรัฐอาหรับ อามิเรตส์ เพื่อจัดทำโครงการพัฒนาท่าเรือใหม่ที่เมือง Doraleh โดยอยู่ห่างจากท่าเรือเก่าประมาณ 10 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ท่าเรือ Doraleh เป็น (1) จุดศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมแบบปลอดภาษี (2) จุดขนถ่ายสินค้า และ (3) จุดขนถ่ายน้ำมัน โดยจิบูตีหวังว่าท่าเรือแห่งใหม่นี้จะเป็นจุดขนถ่ายสินค้าที่สำคัญใน Horn of Africa และต้องการยกระดับขีดความสามารถของเมืองท่าให้ทัดเทียมกับเมืองท่า Mombasa ของเคนยา

- จิบูตีไม่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ไม่มีน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ อีกทั้งยังไม่มีดินและน้ำที่เหมาะสมต่อการเกษตรกรรม จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

1.3 นโยบายต่างประเทศ

3.1 จิบูตีดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบเป็นกลาง และมุ่งให้ความสำคัญกับทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน (โซมาเลีย เอธิโอเปียและเอริเทรีย) และประเทศเจ้าอาณานิคม คือ ฝรั่งเศส เพื่อผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง

3.2 เอธิโอเปีย – จิบูตีมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเอธิโอเปีย เนื่องจากจิบูตีเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของเอธิโอเปียและรายได้หลักของจิบูตีมาจากการเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าไปยังเอธิโอเปีย ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์กับเอธิโอเปียจะเสื่อมถอยลงบ้าง เนื่องจากจิบูตีไม่เห็นด้วยที่เอธิโอเปียส่งกำลังทหารเข้าไปยังโซมาเลีย

3.3 เอริเทรีย – ความสัมพันธ์ระหว่างจิบูตีและเอธิโอเปียยังคงมีความตึงเครียดและเสื่อมลง เนื่องจากในปี 2551 เอริเทรียใช้กำลังทางทหารเข้ายึดบริเวณยอดเขาในพื้นที่ Cape Doumeira และ Doumeira Islands ซึ่งมีบางส่วนเป็นพื้นที่สากล (international boundary) และเขตปลอดทหาร จนเมื่อวันที่ 10-13 มิถุนายน 2551 ทหารเอริเทรียได้รุกล้ำเข้าไปในดินแดนทางตอนเหนือของ จิบูตี ทำให้จิบูตีต้องใช้กำลังทางทหารภายใต้ความช่วยเหลือทาง logistic และการแพทย์จากฝรั่งเศสขับไล่เอริเทรียออกจากพื้นที่ และร้องขอความช่วยเหลือจากสหประชาชาติ จนกระทั้งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ได้มีมติที่ 1862 (2009) เรียกร้องให้จิบูตีและเอริเทรียเคารพเอกราชและอธิปไตย ยึดมั่นในความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ต่อกัน ไม่แทรกแซงกัน ตลอดจนประนามการกระทำทางทหารของเอริเทรียต่อจิบูตีในบริเวณ Cape Doumeira และ Doumeira Islands และเรียกร้องให้เอริเทรียถอนกำลังและยุทโธปกรณ์ทั้งหมด เพื่อให้สถานการณ์ในพื้นที่กลับสู่สภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม เอริเทรียเพิกเฉยที่จะดำเนินการตาม ข้อมติดังกล่าว

3.4 โซมาเลีย – จิบูตีมีบทบาทเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในการจัดการประชุมของชนเผ่าต่าง ๆ ในโซมาเลีย เพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติของโซมาเลียในปี 2543

3.5 ความสัมพันธ์กับประเทศตะวันตก – จิบูตีมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา โดยฝรั่งเศสให้ความช่วยเหลือทางการเงินจำนวนมากแก่จิบูตี และมีฐานทัพอยู่ในจิบูตี รัฐบาลจิบูตีมีนโยบายชัดเจนในการต่อต้านการก่อการร้าย และตกลงให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ โดยอนุญาตให้สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพในจิบูตีตั้งแต่เดือนกันยายน 2545 นอกจากนี้ยังยินยอมให้เยอรมนีส่งเรือรบเข้ามาในเขตเดินเรือของตนเอง เพื่อปฏิบัติการลาดตระเวนในทะเลแดงและอ่าวเอเดน เพื่อให้ความสนับสนุนสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถานในปี 2545 ด้วย

3.6 บทบาทในเวทีระหว่างประเทศ – จิบูตีให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจโลกหลังจากต้องเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคแอฟริกา เนื่องจากจิบูตีได้รับผลกระทบโดยตรงจากการที่เอริเทรียรุกล้ำดินแดนจิบูตี และปัญหาความไม่สงบบริเวณ Horn of African และอ่าวเอเดน


เศรษฐกิจการค้า
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ < 1.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้ประชาชาติต่อหัว 880 ดอลลาร์สหรัฐ

อัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 5.9 (2549)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 8.1 (2549)

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ 173.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมที่สำคัญ การก่อสร้าง การแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตร

ดุลการค้ากับไทย ปี 2551 ไทยและจิบูตีมีมูลค่าการค้า 37.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 37.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยนำเข้า 0.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 36.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกที่สำคัญ สินค้า re-exports, หนังสัตว์, กาแฟ

สินค้านำเข้าที่สำคัญ อาหาร, เครื่องดื่ม, อุปกรณ์ขนส่ง, เคมีภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ
ส่งออกไป โซมาเลีย 79.9%, สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 4.1%, เยเมน 4.1%
นำเข้าจาก ซาอุดีอารเบีย 20.5%, อินเดีย 20.5%, จีน 10.6%, สหรัฐอเมริกา 6%, มาเลเซีย 6%

หน่วยเงินตราDjiboutian franc (DJF) ฟรังก์จิบูตี (FDJ) อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาทเท่ากับ 4.96 ฟรังก์จิบูตี (พฤศจิกายน 2552)


ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐจิบูตี
ความสัมพันธ์ทั่วไป
1.ด้านการเมือง
1.1 ความสัมพันธ์ด้านการทูต
ไทยกับจิบูตีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) โดยไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร มีเขตอาณาครอบคลุม จิบูตี และเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐจิบูตี ถิ่นพำนัก ณ กรุงไคโร คนปัจจุบัน คือ นายนภดล เทพพิทักษ์ ฝ่ายจิบูตีมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศญี่ปุ่น มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทยและเอกอัครราชทูตจิบูตีประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงโตเกียว คนปัจจุบัน คือ นาย Ahmed Ar?ita Ali นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้แต่งตั้งนาง Koran Ahmed Aouled ทนายความหญิงชาวจิบูตีให้ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำจิบูตี

1.2 ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
ในปี 2551 การค้าระหว่างไทยและจิบูตีมีมูลค่า 37.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกเป็นมูลค่า 37.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จิบูตีส่งออกมายังไทยเป็นมูลค่า 0.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้าจิบูตีถึง 36.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าที่ไทยส่งออกไปจิบูตี ได้แก่ เม็ดพลาสติก ข้าว เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เสื้อผ้าสำเร็จรูปผลไม้กระป๋องและแปรรูป เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เครื่องซักผ้า เครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์

1.3 ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม
(1) ทั้งสองฝ่ายมีการลงนามความตกลงด้านวัฒนธรรมระหว่างไทย-จิบูตี เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2547 แต่ยังไม่มีโครงการความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมระหว่างกัน ไทยได้ให้ความช่วยเหลือในการฝึกอบรมผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ของจิบูตีในหลายด้าน อาทิ ด้านการเกษตร การชลประทาน สาธารณสุข โดยได้มีการจัดเชิญผู้แทนจากจิบูตีมาเข้าร่วมการฝึกอบรมตามโครงการต่างๆ ที่ไทยจัดขึ้น อาทิ

- กิจกรรมดูงานในหัวข้อ AIDS Prevention and Problem Alleviation ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1–9 กรกฎาคม 2547
- จัด Workshop on Comprehensive Response to HIV/AIDS Prevention Care ซึ่งรัฐบาลไทยได้จัดขึ้นสำหรับ UNDP ที่กรุงไนโรบี ระหว่างวันที่ 22-24 มิถุนายน 2548 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน การจัดการกับปัญหา HIV/AIDS
- รัฐบาลไทยได้จัดโครงการดูงานด้านการขจัดความยากจนให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจิบูตี จำนวน 5 คน ระหว่างวันที่ 7-11 พฤศจิกายน 2548

2. ความตกลงที่สำคัญกับไทย
2.1 ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ (ลงนามเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2547)
2.2 ความตกลงด้านวัฒนธรรม (ลงนามเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2547)


3. การเยือนที่สำคัญ

3.1 ฝ่ายไทย
รัฐบาล
- เมื่อวันที่ 11–12 กันยายน 2546 นายสนั่นชาติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกานำคณะผู้แทนเยือนจิบูตี เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และศึกษาศักยภาพของจิบูตี และได้เข้าพบนาย Ali Abdi Farah รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจิบูตี

3.2 ฝ่ายจิบูตี
รัฐบาล
- เมื่อวันที่ 7–11 มิถุนายน 2547 นาย Ali Abdi Farah รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจิบูตี นำคณะเยือนไทย ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ และได้พบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2547

- เมื่อวันที่ 26–29 กรกฎาคม 2547 นาย Ismail Omar Guelleh ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจิบูตี เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรีในวันที่ 28 กรกฎาคม 2547 และได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2547 ที่พระราชวังไกลกังวล

- เมื่อวันที่ 12-15 สิงหาคม 2551 นาย Mahmoud Ali Youssouf รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจิบูตี เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงฯ

ผู้แทนทางการทูต
- ฝ่ายไทยไทยมอบหมายให้เอกอัครราชทูตประจำอียิปต์ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำจิบูตี อีกตำแหน่งหนึ่ง อันได้แก่ นายนายนภดล เทพพิทักษ์
Royal Thai Embassy
2, El Malek El Afdal Street Zamalek, Cairo EGYPT
โทรศัพท์ (202) 340-8356
โทรสาร (202) 340-0340

- ฝ่ายจิบูตี
จิบูตีมอบหมายให้เอกอัครราชทูตจิบูตีประจำประเทศญี่ปุ่น ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตจิบูตีประจำประเทศไทย ได้แก่ นาย H.E. Mr. Ismael Goulal Boudine
Embassy of the Republic of Djibouti
2-2-17, Shoto 201
Shibuya – ku 150, k Tokyo JAPAN
โทรศัพท์ (813) 3481-5252
โทรสาร (813) 3481-5387

 

 


 

 

ช่องทางรับโปรโมชั่น พิเศษ!!


 

VISITOR

 สถิติวันนี้

2155 คน

 สถิติเมื่อวาน

1458 คน

 สถิติเดือนนี้

สถิติปีนี้

สถิติทั้งหมด

39985 คน

321347 คน

3285230 คน

เริ่มเมื่อ 2012-06-11



   

     TOURISM AUTHORITY OF THAILAND
   LICENSE NO. 11/06794

 © 2011 Tourinloveallway  All rights reserved.


📞 02-174-2214-5 , 02-1742346-7
📱  088-886-0049 , 091-797-6745 , 088-449-2534
💬 line: @tourinlove
   facebook: http://www.facebook.com/ILoveTourInLove/
 follow us official