ประเทศญี่ปุ่น
Japan

ประเทศญี่ปุ่นมีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 377,930 ตารางกม. ประกอบไปด้วยเกาะทั้งหมด 6,852 เกาะ ซึ่งในจำนวนนี้ มีเกาะขนาดใหญ่ 5 เกาะ ได้แก่

1) ฮอกไกโด (83,456 ตารางกม.) (คิดเป็นร้อยละ 22.08 ของพื้นที่ทั้งหมด)
2) ฮอนชู (231,109 ตารางกม.) (คิดเป็นร้อยละ 61.15 ของพื้นที่ทั้งหมด)
3) คิวชู (42,180 ตารางกม.) (คิดเป็นร้อยละ 11.16 ของพื้นที่ทั้งหมด)
4) ชิโกกุ (18,791 ตารางกม.) (คิดเป็นร้อยละ 4.97 ของพื้นที่ทั้งหมด)
5) โอกินาวา (2,276 ตารางกม.) (คิดเป็นร้อยละ 0.60 ของพื้นที่ทั้งหมด)

ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขา โดยร้อยละ 71 ของพื้นที่ทั้งหมดของญี่ปุ่นเป็นภูเขา ในขณะที่มีพื้นที่ราบเพียงร้อยละ 25 ซึ่งใช้เป็นพื้นที่ทางการเกษตรได้เพียงร้อยละ11 เท่านั้น ญี่ปุ่นมีภูเขาไฟมากประมาณ 1 ใน 10 ของทั้งโลก โดยมีภูเขาฟูจิเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ (3,776 เมตร) และเป็นภูเขาไฟที่สงบอยู่แต่ยังไม่ดับ และจากการที่ญี่ปุ่นอยู่ในเขตที่มีภูเขาไฟมาก ทำให้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเสมอ

พื้นที่ชายฝั่งทะเล 29,751 กิโลเมตร

ประชากร ประมาณ 127,491,000 คน (กันยายน 2552) เป็นประชากรสูงอายุ คืออายุ 65 ปี ขึ้นไปจำนวน 28.95 ล้านคน หรือเท่ากับร้อยละ 22.7 ของประชากรทั้งหมด ปัจจุบัน ประชากรญี่ปุ่นมีจำนวนเท่ากับร้อยละ 1.89 ของประชากรโลก เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 10 ของโลก

เชื้อชาติ เชื้อชาติญี่ปุ่น ในทางประวัติศาสตร์เชื่อกันโดยทั่วไปว่าบรรพบุรุษของชาวญี่ปุ่นได้แก่กลุ่มเผ่าพันธุ์หนึ่งที่เรียกในปัจจุบันว่า เผ่าพันธุ์ยามาโตะ ผสมกับคนที่อพยพมาจากแผ่นดินใหญ่ ได้แก่ จีนและเกาหลี ปัจจุบันคนต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในญี่ปุ่น ได้แก่ ชาวเกาหลีและชาวจีน รวมทั้งเผ่าไอนุซึ่งอาศัยอยู่ที่เกาะฮอกไกโด ทั้งนี้ ญี่ปุ่นไม่ถือว่าประเทศของตนมีชนกลุ่มน้อย

ศาสนา ศาสนาใหญ่ ๆ มี 2 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ และศาสนาชินโต ซึ่งรวมแล้วคิดเป็นร้อยละ 84 ของประชากรทั้งหมด นอกจากนั้นได้แก่ ศาสนาคริสต์และลัทธิขงจื้อ

ภาษา ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาราชการ

การศึกษา ภาคบังคับ 9 ปี (ประถมศึกษา 6 ปี มัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี)

อัตราการรู้หนังสือ ร้อยละ 99.9

วันชาติ วันที่ 23 ธันวาคม (ตรงกับวันประสูติของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (พ.ศ. 2476 หรือ ค.ศ. 1933))

เมืองหลวง กรุงโตเกียว (Tokyo) ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรพำนักอยู่มากที่สุดในประเทศคือ 12,064,000 คน (กันยายน 2552)

ภูมิอากาศ มี 4 ฤดูหลัก ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ
ฤดูใบไม้ผลิ : (มีนาคม-พฤษภาคม) อากาศอบอุ่น
ฤดูร้อน : (มิถุนายน-สิงหาคม) อากาศร้อนชื้นโดยมีช่วงฤดูฝนสั้น ๆ ประมาณ 1 เดือน ในช่วงต้นฤดู เเละร้อนจัดในช่วงสิงหาคม-กันยายน
ฤดูใบไม้ร่วง : (ตุลาคม-พฤศจิกายน) อากาศอบอุ่น โดยมีพายุไต้ฝุ่นมากในช่วงเดือนกันยายน
ฤดูหนาว : (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อากาศหนาว มีหิมะตกโดยเฉพาะทางภาคเหนือของประเทศและฝั่งทะเลญี่ปุ่น ส่วนทางใต้และฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก อากาศจะอบอุ่นกว่า

การเมืองการปกครอง

รูปแบบการปกครอง ระบอบเสรีประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีรัฐสภาเป็นสถาบันสูงสุดของรัฐ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล นอกจากนี้ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้มีการบัญญัติไว้ว่าสมเด็จพระจักรพรรดิทรงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ มิใช่องค์ประมุขและไม่มีอำนาจในการบริหารประเทศ

รัฐธรรมนูญ ประกาศใช้เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2490 (ค.ศ. 1947)

ประมุข สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (His Majesty Emperor Akihito)

นายกรัฐมนตรี นายนาโอโตะ คัน (Mr.Naoto KAN) (หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น (Democratic Party of Japan: DPJ)) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 8 มิถุนายน 2553

รมต. ต่างประเทศ นายคัทสึยะ โอคาดะ (Mr. Katsuya OKADA) (สังกัดพรรค DPJ) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 8 มิถุนายน 2553

รัฐสภา เรียกชื่อว่า “สภาไดเอท” ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) ซึ่งมีสมาชิก 480 คน มาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และวุฒิสภา (House of Councillors) ซึ่งมีสมาชิก 242 คน มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 6 ปี โดยเลือกตั้งจำนวนครึ่งหนึ่งสลับกันไปทุก 3 ปี
- ประธานสภาผู้แทนราษฎร (Speaker of the House of Representatives) นายทาคาฮิโระ โยโคมิจิ (Mr.Takahiro YOKOMICHI) (สังกัดพรรค DPJ)
- ประธานวุฒิสภา (President of the House of Councillors) นายซัทสึกิ เอดะ (Mr.Satsuki EDA) (ไม่มีสังกัดพรรค แต่เคยสังกัดพรรค DPJ)

การปกครองท้องถิ่น ญี่ปุ่นแบ่งเขตการปกครองท้องถิ่นออกเป็น 47 จังหวัด (Prefecture) ซึ่งรวมกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolis) ด้วย การปกครองส่วนท้องถิ่นภายในจังหวัดแยกออกเป็น นคร เมือง และหมู่บ้าน ยกเว้นกรุงโตเกียวที่มีเขตการปกครอง เฉพาะในส่วนใจกลาง 23 เขต นอกเหนือไปจากเขตชานกรุง ซึ่งประกอบด้วย 27 นคร 5 เมือง และ 8 หมู่บ้าน รัฐบาลญี่ปุ่นได้พยายามกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่น โดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรีของนครขนาดใหญ่ ของเมืองและของหมู่บ้านตลอดจนสมาชิกสภาส่วนท้องถิ่นทุกระดับมาจากการเลือกตั้ง

การเลือกตั้ง สภาผู้แทนราษฎรมีการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 30 สิงหาคม 2552 วุฒิสภามีการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อ 29 กรกฎาคม 2550 เเละจะมีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2553

พรรคการเมือง พรรคการเมืองที่สำคัญ ได้แก่
- พรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น (Democratic Party of Japan: DPJ : Minshuto) แกนนำรัฐบาล มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 310 ที่นั่ง ในวุฒิสภา 122 ที่นั่ง หัวหน้าพรรคคือนายยูกิโอะ ฮาโตยามา (Mr.Yukio HATOYAMA) ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
- พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party: LDP) เป็นพรรคแกนนำพรรรคฝ่ายค้าน มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 119 ที่นั่ง ในวุฒิสภา 81 ที่นั่ง หัวหน้าพรรคคือนายซาดะคาสึ ทานิกาคิ (Mr.Sadakazu TANIGAKI)
- พรรคนิว โคเมโต (New Komeito) เป็นพรรคฝ่ายค้าน มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 21 ที่นั่ง ในวุฒิสภา 21 ที่นั่ง หัวหน้าพรรคคือนายนัทสึโอะ ยามากุจิ (Mr.Natsuo YAMAGUCHI)
- พรรคสังคมประชาธิปไตยญี่ปุ่น (Social Democratic Party of Japan: SDP) เป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 7 ที่นั่ง ในวุฒิสภา 5 ที่นั่ง หัวหน้าพรรคคือนางมิสึโฮ ฟุคุชิม่า (Ms.Mizuho FUKUSHIMA)
- พรรคประชาชนใหม่ (People's New Party: PNP) เป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 3 ที่นั่ง หัวหน้าพรรคคือนายชิสึกะ คาเมอิ (Mr.Shizuka KAMEI)
- พรรคคอมมิวนิสต์ (Japan Communist Party: JCP) เป็นพรรคฝ่ายค้าน มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 9 ที่นั่ง ในวุฒิสภา 7 ที่นั่ง หัวหน้าพรรคคือนายคาซึโอะ ชิอิ (Mr.Kazuo Shii)

เศรษฐกิจการค้า

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) 526.0813 ล้านล้านเยน (ประมาณ 5.85 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ( ปี 2552)

อัตราการเติบโตของ GDP ร้อยละ - 5.0 (ปี 2552)

เงินตรา สกุลเงินเยน (YEN: Y ) (?)

รายได้ประชาชาติ 38,210 ดอลลาร์สหรัฐ /คน/ ปี (ปี 2551)

อัตราการว่างงาน ร้อยละ 5.1 (ปี 2552)

อัตราแลกเปลี่ยน 89.045 เยน/ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 36.8 บาท/ 100 เยน (2 มีนาคม 2553)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ - 1.7 (ปี 2552)

สินค้าส่งออก เครื่องจักรในการขนส่ง เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ เหล็กกล้า

ตลาดส่งออกที่สำคัญ จีน สหรัฐฯ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง ไทย (ลำดับที่ 6) เยอรมนี สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ (ปี 2552)

สินค้านำเข้า น้ำมันดิบ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร เครื่องบริโภค วัตถุดิบในการผลิต

ตลาดนำเข้าที่สำคัญ จีน สหรัฐฯ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ไต้หวัน เยอรมนี ไทย (ลำดับที่ 10) (ปี 2552)

เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 1,066.26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (มกราคม 2553)

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น

1. สถานการณ์ปัจจุบันในญี่ปุ่น

1.1 ด้านการเมือง

(1) จากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 30 สิงหาคม 2552 ผลปรากฏว่าพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น (Democratic Party of Japan: DPJ) ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น (308 จาก 480 ที่นั่ง) นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party: LDP) (119 ที่นั่ง) ซึ่งการพ่ายแพ้ของพรรค LDP ครั้งนี้เชื่อว่าเกิดจากการที่ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่เบื่อหน่ายการเมืองแบบเดิมจึงต้องการเห็น ”การเปลี่ยนแปลง” ทางการเมืองครั้งใหญ่ โดยเป็นการ “เปลี่ยนขั้ว” ทางการเมืองในญี่ปุ่นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ตั้งแต่ปี 2537 (ครั้งนั้น พรรค LDP พ่ายแพ้เป็นครั้งแรกในรอบ 38 ปี และ New Japan ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านชนะเลือกตั้งและสามารถจัดตั้งรัฐบาล (นายกรัฐมนตรีโฮโซคาวา) ได้ แต่อยู่ได้เพียง 9 เดือน)

(2) นายยูกิโอะ ฮาโตยามา หัวหน้าพรรค DPJ ได้รับเลือกจากที่ประชุมสภา Diet สมัยพิเศษ เมื่อ 16 กันยายน 2552 เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีในวันเดียวกัน ซึ่งมีพรรค People’s New Party และพรรค Social Democratic Party เข้าร่วมรัฐบาลด้วย

(3) นโยบายที่สำคัญของรัฐบาลใหม่ญี่ปุ่น ได้แก่ (1) เศรษฐกิจ ควบคุมการใช้จ่ายภาครัฐ (2) การบริหารประเทศ ลดอิทธิพลและการชี้นำของข้าราชการประจำ (3) การต่างประเทศ ทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น-สหรัฐฯ และเน้นให้ญี่ปุ่นเป็นส่วนหนึ่งของเอเชีย

1.2 ด้านเศรษฐกิจ

(1) อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2552 (เมษายน - มิถุนายน 2552) พลิกกลับมาขยายตัวร้อยละ 2.3 เป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวแล้วจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก

(2) ญี่ปุ่นส่งเสริมให้เกิดความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก โดยพยายามให้บรรลุเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับระดับในปี 2533 และให้การสนับสนุนด้านการเงินและเทคนิคแก่ประกาศกำลังพัฒนาต่าง ๆ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี Low-Carbon แต่ในขณะเดียวกัน ก็ปกป้องสิทธิทางปัญญาด้วย ภายใต้นโยบาย Hatoyama Initiative

1.3 ด้านการต่างประเทศ

(1) จะทุ่มเทให้กับประเด็นสำคัญต่างๆ ได้แก่ การสอบสวนเรื่องการจัดทำสนธิสัญญาลับกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับกองทัพ ปัญหาการย้ายฐานทัพอากาศของกองทัพสหรัฐฯ ในญี่ปุ่น การสนับสนุนภารกิจรักษาสันติภาพร่วมกับ UN ที่อัฟกานิสถานและปากีสถาน ปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

(2) ส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ แน่นแฟ้นแต่เท่าเทียมกันมากขึ้น

(3) ไม่ต่ออายุกฎหมายภารกิจเติมน้ำมันให้เรือรบสหรัฐฯ ในมหาสมุทรอินเดียเมื่อกฎหมายในปัจจุบันหมดอายุในมกราคม 2553

(4) แก้ไขปัญหาการลักพาตัว โดยพยายามให้ผู้ถูกลักพาตัวได้กลับประเทศโดยเร็วที่สุด

(5) ให้ความสำคัญกับการสร้างประชาคมเอเชียตะวันออก (East Asian community) ปัญหาเกาหลีเหนือ ส่งเสริมให้โลกปราศจากนิวเคลียร์ ปัญหาความยากจนในแอฟริกา

2. สถานะความสัมพันธ์กับไทย

2.1 ความสัมพันธ์ทางการทูต

- ไทยและญี่ปุ่นได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2430 โดยลงนามใน “ปฏิญญาณว่าด้วยทางพระราชไมตรีแลการค้าขายในรหว่างประเทศสยามกับประเทศยี่ปุ่น” รัฐบาลของทั้งสองประเทศจึงตกลงให้ปี 2550 เป็นปีแห่งการฉลองครบรอบ 120 ปีแห่งสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศทั้งสอง

- กระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียวได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อฉลองการครบรอบ 120 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากมาย ทั้งในไทยและญี่ปุ่น เช่น การสร้างศาลาไทย ณ สวนสาธารณะในกรุงโตเกียว การจัดทำหนังสือ 120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - ญี่ปุ่น เป็นภาษาไทยและญี่ปุ่นในเล่มเดียวกัน เป็นต้น

- ปัจจุบันเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว คือ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ส่วนเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย คือ นายเคียวจิ โคมาจิ (Kyoji Komachi) ในปัจจุบัน ไทยมีสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา กงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองนาโกยา เมืองอุเบะ และเมืองนาฮา และญี่ปุ่นมีสถานกงสุลใหญ่ ณ จังหวัดเชียงใหม่

2.2 ความสัมพันธ์ทางการเมือง

- การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับพระราชวงศ์อย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยหลักที่ส่งเสริมความสัมพันธ์อันใกล้ชิด บุคคลระดับสูงในรัฐบาลไทยมักเยือนญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง แต่บุคคลระดับสูงในรัฐบาลญี่ปุ่นมาเยือนไทยไม่บ่อยครั้งนัก อนึ่ง เมื่อปี 2550 ไทยและญี่ปุ่นได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เพื่อเฉลิมฉลอง 120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต อย่างไรก็ตาม ไทย – ญี่ปุ่นยังคงเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยทัดเทียมเท่าไรนัก ญี่ปุ่นยังคงแสดงท่าทีเป็นมหาอำนาจในด้านต่าง ๆ ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ และใช้สถานะนั้นกดดันไทยบ่อย ๆ เช่น ด้านการลงทุน

- นายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ได้เดินทางเยือนญี่ปุ่น เพื่อฟื้นฟูความมั่นใจในด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว เมื่อ 5 - 7 กุมภาพันธ์ 2552 และการเยือนเพื่อเข้าร่วมประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 5 - 7 พฤศจิกายน 2552 ในขณะที่ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเดินทางเยือนไทย 2 ครั้งในปี 2552 ได้แก่ การเยือนเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ที่พัทยา เมื่อ 10 - 12 เมษายน 2552 (นายกรัฐมนตรีอะโซ) และที่หัวหิน ชะอำ เมื่อ 23 - 25 ตุลาคม 2552 ของ นายกรัฐมนตรีฮาโตยามา

- การดำเนินนโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นหลายด้านมีผลกระทบและสอดคล้องกับผลประโยชน์ของไทย โดยเฉพาะการขยายบทบาทในเวทีระดับภูมิภาค เช่น การให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) / การดำเนินนโยบายในกรอบ ASEAN+1/ ASEAN+3 / ACD / และ ACMECS โดยเฉพาะการก่อสร้างสนามบินสะหวันนะเขต นอกจากนี้ ไทยเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาร่วมกับญี่ปุ่น ภายใต้กรอบลุ่มน้ำโขง - ญี่ปุ่น (Mekong - Japan) อีกด้วย

2.3 ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

- ญี่ปุ่นเป็นประเทศยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญอันดับต้นของไทย โดยที่ผ่านมาญี่ปุ่นครองอันดับ 1 ในการเป็นคู่ค้า นักลงทุน และนักท่องเที่ยวของไทย แต่เนื่องจากวิกฤติเศรษกิจโลก รวมถึงปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจภายในของทั้งไทยและญี่ปุ่นทำให้ในปัจจุบันสถิติดังกล่าวกำลังได้รับผลกระทบและมีตัวเลขลดลง

- ในปี 2552 (มกราคม - ธันวาคม 2552) มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่น อยู่ที่ 40,755.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 24 การลงทุนจากญี่ปุ่นในไทย อยู่ที่ 77,380 ล้านบาท (2,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลงร้อยละ 24.87 และจำนวนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นในไทยที่เดินทางมาทางด่านสุวรรณภูมิ ช่วง 11 เดือนแรก (มกราคม - พฤศจิกายน 2552) อยู่ที่ 843,784 คน ลดลงร้อยละ 17.84 อย่างไรก็ดี เริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่บรรเทาลง โดยญี่ปุ่นยังเป็นคู่ค้า นักลงทุน และนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทยอยู่เช่นเดิม

สินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น (1) เครื่องจักรกล (2) เหล็กและเหล็กกล้า (3) แผงวงจรไฟฟ้า (4) เครื่องจักรไฟฟ้า และ (5) ส่วนประกอบ

สินค้าส่งออกจากไทย (1) เครื่องคอมพิวเตอร์ (2) แผงวงจรไฟฟ้า (3) ไก่แปรรูป (4) อาหารทะเลกระป๋อง และ (5) รถยนต์และอุปกรณ์

- ล่าสุดเมื่อ 5 สิงหาคม 2552 ญี่ปุ่นได้ประกาศให้เงินกู้มูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ไทย เพื่อใช้สำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ (ภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง) โดยเป็นเงินกู้ฉุกเฉินก้อนแรกที่ญี่ปุ่นให้กับประเทศในเอเชียที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก

- สำหรับการดำเนินการภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ่น (Japan - Thailand Economic Partnership Agreement: JTEPA) หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายลงนามเมื่อ 3 เมษายน 2550 และ มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2550 ไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการกำกับการดำเนินการตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ (Steering Committee) โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน และมีคณะอนุกรรมการและคณะอนุกรรมการพิเศษรวม 19 สาขา เพื่อหารือรวมทั้งเจรจากับญี่ปุ่นในประเด็นที่ต้องดำเนินการผลักดันต่อ ทั้งนี้ ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมคณะกรรมการร่วม (Joint Committee-JC) ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2551 โดยมีรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม

2.4 ความร่วมมือต่าง ๆ ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น

- ในปี 2552 กรอบความร่วมมือต่าง ๆ ดำเนินไปได้ด้วยดี สำหรับกรอบความร่วมมือที่อยู่ระหว่างการจัดทำและดำเนินการเพื่อให้มีการใช้บังคับก็มีความคืบหน้ามากขึ้นจากปี 2551

2.4.1 สนธิสัญญาโอนตัวนักโทษไทย - ญี่ปุ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและญี่ปุ่น ได้ลงนามแล้วเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 ที่ภูเก็ต ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการภายในของญี่ปุ่น เพื่อให้รัฐสภาญี่ปุ่นอนุมัติ จึงจะมีผลใช้บังคับได้

2.4.2 สนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา (Treaty on Mutual Legal Assistance in Criminal Matters: MLAT) ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการเจรจาในรายละเอียด

2.4.3 ร่างขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานร่วมกันระหว่างไทยกับญี่ปุ่นว่าด้วยการคุ้มครอง ช่วยเหลือ ส่งกลับ และคืนสู่สังคมของเหยื่อการค้ามนุษย์ (Standard Operating Procedures between the Competent Authorities of the Government of Japan and the Government of the Kingdom of
Thailand on Protection, Assistance, Repatriation and Reintegration of Victims of Trafficking in Persons) ฝ่ายไทยและฝ่ายญี่ปุ่นได้บรรลุข้อสรุปในเชิงสารัตถะแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือกับฝ่ายญี่ปุ่นเพื่อให้ได้ร่างสุดท้ายของเอกสาร และการรับรองเอกสารเพื่อให้มีผลในเชิงปฏิบัติต่อไป

2.4.4 บันทึกความเข้าใจเรื่องการแลกเปลี่ยนข่าวสารสำหรับการป้องกันและต่อสู้กับการค้ามนุษย์ (Memorandum between the Government of Japan and Thailand concerning the Exchange of Information for the Purpose of Preventing and Combating Trafficking in Persons) ฝ่ายไทยกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการหารือภายใน ทั้งในแง่กระบวนการดำเนินงานและรายละเอียดเกี่ยวกับสาระและถ้อยคำ

ข้อมูลอื่น ๆ ที่สำคัญ

เอกอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่น นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล (ธันวาคม 2552 - ปัจจุบัน)

เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำไทย นายเคียวจิ โคมาจิ (H.E. Mr. Kyoji KOMACHI) (ตุลาคม 2551 - ปัจจุบัน)

สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (Embassy of Japan in Thailand)
- ที่อยู่: 177 Witthayu Road, Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330
- โทรศัพท์: 026963000


 


 

 

ช่องทางรับโปรโมชั่น พิเศษ!!


 

VISITOR

 สถิติวันนี้

862 คน

 สถิติเมื่อวาน

2443 คน

 สถิติเดือนนี้

สถิติปีนี้

สถิติทั้งหมด

43734 คน

325096 คน

3288979 คน

เริ่มเมื่อ 2012-06-11



   

     TOURISM AUTHORITY OF THAILAND
   LICENSE NO. 11/06794

 © 2011 Tourinloveallway  All rights reserved.


📞 02-174-2214-5 , 02-1742346-7
📱  088-886-0049 , 091-797-6745 , 088-449-2534
💬 line: @tourinlove
   facebook: http://www.facebook.com/ILoveTourInLove/
 follow us official