สาธารณรัฐบอตสวานา
Republic of Botswana

ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง บอตสวานาตั้งอยู่ตอนใต้ของทวีปแอฟริกา เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล ทิศเหนือ และทิศตะวันตกติดกับสาธารณรัฐนามิเบีย ทิศใต้ และทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับสาธารณรัฐซิมบับเว
พื้นที่ 600,370 ตร.กม.
เมืองหลวง กรุงกาโบโรน (Gaborone)
ประชากร 1.9 ล้านคน (ปี 2551)
ภูมิอากาศ ในฤดูร้อน เริ่มจากปลายเดือนตุลาคมจนถึงเดือนมีนาคม อุณหภูมิ สูงที่สุดถึง 34 องศาเซลเซียส ทางทิศเหนือและทางทิศใต้ฝั่งตะวันตก เป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศ ในฤดูหนาวเริ่มจากปลายเดือนเมษายนจนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งมีน้ำค้างแข็งปกคลุมในตอนกลางคืน อุณหภูมิอาจลดลงจนเกือบถึงจุดเยือกแข็งในพื้นที่สูงบางแห่งในระหว่างวัน
ภาษาราชการ ภาษาอังกฤษ
ภาษาท้องถิ่น Setswana ร้อยละ 78.2
หน่วยเงินตรา Botswana Pulas (BWP) อัตราแลกเปลี่ยน 1 BWP ประมาณ 5.11 บาท (ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2552)
ศาสนา คริสต์ ร้อยละ 71.6 ไม่นับถือศาสนา ร้อยละ 20.6 บาดิโม ร้อยละ 6 อื่นๆ ร้อยละ 1.4 ไม่ระบุ ร้อยละ 0.4
วันชาติ 30 กันยายน
ระบอบการปกครอง บอตสวานาปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้ง มีวาระ 5 ปี ประธานาธิบดีได้รับการเลือกตั้งจากรัฐสภา มีวาระ 5 ปี และดำรงตำแหน่งทั้งประมุขของรัฐและหัวหน้าของรัฐบาล
ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นาย Seretse Khama Ian Khama (ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2552)
ประธานาธิบดี Lieutenant General Seretse Khama Ian Khama (ดำรงตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลด้วย)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ Mr. Phandu Skelemani
การเมืองการปกครอง

ประวัติศาสตร์
บอตสวานาเดิมมีชื่อเรียกว่า เบชูอานาแลนด์ (Bechuanaland) อยู่ในความปกครองของอังกฤษมาตั้งแต่ พ.ศ. 2429 ชาวบอตสวานาเรียกตัวเองว่า Batswana (Singular: Motswana) ใช้ภาษาอังกฤษและ Setswana เป็นภาษาราชการ ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งสหภาพแอฟริกาใต้ขึ้นในปี 2452 ได้มีความพยายามที่จะเอาบอตสวานาเข้าไปรวมอยู่ด้วย แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ จนกระทั่งถึงเดือนมิถุนายน 2507 อังกฤษจึงยินยอมให้
บอตสวานาปกครองตนเองได้ และมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2508 ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ นาย Seretse Khama ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ต่อมาเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2509 บอตสวานาจึงได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์จากอังกฤษ และได้มีการเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นบอตสวานา โดยมีนาย Seretse Khama เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรก ปัจจุบันบอตสวานามีเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจการคลังมั่นคงที่สุดประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกา

นโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
1. การเมืองการปกครอง
บอตสวานาเป็นหนึ่งในประเทศแอฟริกาเพียงไม่กี่ประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบหลายพรรคการเมืองที่เข้มแข็งและต่อเนื่องมายาวนาน นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร และเป็นประเทศที่มีอัตราการฉ้อราษฎร์บังหลวงต่ำที่สุดในแอฟริกา และไม่มีปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน
ประธานาธิบดีได้รับการเลือกตั้งจากรัฐสภา มีวาระ 5 ปี และดำรงตำแหน่งทั้งประมุขของรัฐและหัวหน้าของรัฐบาล ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งรองประธานาธิบดี และคณะรัฐมนตรี
สภาผู้แทนราษฎรบอตสวานามีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี มีสมาชิกรวม 63 คน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มซึ่งมีที่มาต่างกัน โดยกลุ่มที่ 1 จำนวน 57 คนมาจากการเลือกตั้งทั่วไปแบบเขตเดียวเบอร์เดียว กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน มาจากการเลือกตั้งโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 3 จำนวน 2 คน ได้แก่ประธานาธิบดีและอัยการสูงสุดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยตำแหน่ง
ในเดือนเมษายน 2551 อดีตประธานาธิบดี Fetus Mogae ซึ่งได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีติดต่อกันถึง 2 สมัย (2541-2546 และ 2546-2551) ได้ส่งมอบตำแหน่งประธานาธิบดีให้แก่นาย Seretse Khama Ian Khama ซึ่งในขณะนั้น ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีและประธานพรรค BDPเนื่องจากนาย Seretse Khama Ian Khama เป็นบุตรของ Sir Seretse Khama ประธานาธิบดีคนแรกของบอตสวานา จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อย Sandhurst ของอังกฤษ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้บังคับการกองกำลังป้องกันตนเองบอตสวานา (BDF – Botswana Defense Force) และรองประธานาธิบดี (2541-2551)
บอตสวานาจัดการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2552 และพรรค Botswana Democratic Party (BDP) ชนะการเลือกตั้ง ได้รับเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้หัวหน้าพรรค คือ ประธานาธิบดี Seretse Khama Ian Khama เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 (วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี) โดยทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2552
พรรค Botswana Democratic Party (BDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลมาโดยตลอดตั้งแต่บอตสวานาได้รับเอกราชเมื่อ พ.ศ. 2509 ได้รับเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร คือ 45 จาก 57 ที่นั่ง (เพิ่มขึ้น 1 ที่นั่งจากการเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อปี 2547) และได้คะแนนเสียง Popular Vote ร้อยละ 53
พรรคฝ่ายค้านหลักคือ พรรค Botswana National Front (BNF) ได้รับเลือกตั้ง 6 ที่นั่ง (ลดลง 6 ที่นั่งจากการเลือกตั้งครั้งก่อน) และได้คะแนนเสียง Popular Vote ร้อยละ 22 พรรคฝ่ายค้าน Botswana Congress Party (BCP) ซึ่งก่อตั้งโดยผู้ที่แยกออกมาจากพรรค BNF ได้รับเลือก 4 ที่นั่ง (เพิ่มขึ้น 3 ที่นั่ง จากการเลือกตั้งครั้งก่อน อย่างไรก็ตาม เป็นการได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นในส่วนที่เคยเป็นที่นั่งของพรรค BNF เดิม) และได้คะแนนเสียง Popular Vote ร้อยละ 19 ส่วนที่นั่งที่เหลืออีก 2 ที่นั่ง เป็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรค Botswana Alliance Movement (BAM) ซึ่งเป็นพันธมิตรในการเลือกตั้งครั้งนี้กับพรรค BCP และผู้สมัครอิสระอีก 1 คน

2. เศรษฐกิจ
เศรษฐกิจของบอตสวานามีศักยภาพสูง และมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนโดยอุตสาหกรรมเหมืองแร่ การผลิตและการค้าเพชร บอตสวานาเป็นผู้ผลิตเพชรรายใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลกในเชิงมูลค่า และเป็นผู้ผลิตเพชรรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลกในเชิงปริมาณ (รองจากออสเตรเลีย)
ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมและการค้าเพชรของบอตสวานาถูกผูกขาดโดยบริษัท Debswana (บริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐบาลบอตสวานากับบริษัท De Beers ของแอฟริกาใต้) แต่งตั้งแค่ปี 2546 เป็นต้นมารัฐบาลบอตสวานายกเลิกการผูกขาดของ De Beers และให้ตลาดค้าเพชรในบอตสวานาเป็นตลาดเปิด โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะกระจายรายได้และผลกำไรจากอุตสาหกรรมเหมืองเพชรและการค้าเพชรไปสู่นักธุรกิจและแรงงานท้องถิ่นให้กว้างขวางขึ้น การยกเลิกการผูกขาดของ De Beers ส่งผลดีให้ผู้ประกอบการไทยสามารถนำเข้าเพชรจากบอตสวานาได้โดยตรง
ในปัจจุบัน รัฐบาลต้องการส่งเสริมให้เกิดความหลากหลายทางเศรษฐกิจ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการพึ่งพาเฉพาะอุตสาหกรรมและการค้าเพชรเพียงอย่างเดียว นอกจากเพชรแล้วทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของบอตสวานาได้แก่ทองแดงและนิกเกิล สินค้าส่งออกที่สำคัญของบอตสวานาได้แก่ เพชร ทองแดง นิกเกิล และเนื้อวัว นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบซาฟารี โดยมีเป้าหมายที่ตลาดระดับบน ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี

3. นโยบายต่างประเทศ
บอตสวานาเป็นประเทศสมาชิกที่มีบทบาทสำคัญในองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ได้แก่ Southern African Customs Union (SACU), Southern African Development Community (SADC) และ African Union (AU)
บอตสวานาดำเนินนโยบายทางการทูตแบบไม่แสดงท่าทีที่เปิดเผยไม่ว่าจะป็นเชิงบวกหรือเชิงลบ (Quiet Diplomacy) ต่อกรณีสถานการณ์การเมืองภายในของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคแอฟริกา โดยต้องการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศและยืดถือหลักการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศโดยสันติวิธี สำหรับนโยบายต่างประเทศโดยทั่วๆ ไปนั้น อยู่ในแนวทางเดียวกันกับสหภาพแอฟริกา
บอตสวานามีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับประเทศในโลกตะวันตกและฝ่ายตะวันออก ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นประเทศกำลังพัฒนาซึ่งต้องการความช่วยเหลือทั้งเงินทุนและวิชาการสมัยใหม่จากนานาประเทศโดยไม่แบ่งแยกอุดมการณ์ทางการเมือง อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า บอตสวานามีความใกล้ชิดกับประเทศตะวันตกมากกว่า เนื่องจากประเทศตะวันตก โดยเฉพาะ กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย เยอรมนี อังกฤษ สหรัฐฯ และแคนาดา รวมทั้งองค์การระหว่างประเทศ เช่น EU และ World Bank ได้บริจาคเงินทุนช่วยเหลือแก่บอตสวานาเป็นจำนวนมาก

4. ปัญหาสังคม
บอตสวานาได้รับยกย่องว่าเป็นประเทศที่มีความโปร่งใสในระบบราชการ และไม่มีปัญหาด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นประเทศที่มีอัตราการติดเชื้อเอดส์สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก (รองจากสวาซิแลนด์) โดย 1 ใน 3 ของประชากรผู้ใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS
ขณะนี้บอตสวานากำลังประสบปัญหาพลังงานไฟฟ้าไม่เพียงพอ เนื่องจากบอตสวานาซื้อพลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่จากบริษัท ESKOM ของแอฟริกาใต้ และ ESKOM กำลังประสบปัญหาวิกฤตพลังงานไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าภายในประเทศแอฟริกาใต้เอง
รัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้ชนเผ่าพื้นเมือง San Bushmen ย้ายถิ่นฐานออกจากเขตล่าสัตว์ดั้งเดิมในทะเลทราย Kalahari ซึ่งนโยบายนี้ได้รับการคัดค้านอย่างรุนแรงจากชนเผ่า และอาจบานปลายเป็นปัญหาทางการเมืองที่รุนแรงได้

ระบอบการปกครอง
บอตสวานาปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2509 ซึ่งเป็นฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ประธานาธิบดีได้รับการเลือกตั้งโดยการออกเสียงลงประชามติ ดำรงตำแหน่งประมุขของประเทศและมีอำนาจสูงสุดทางด้านบริหาร นอกจากนี้ ประธานาธิบดียังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วย

บอตสวานาเป็นหนึ่งในประเทศแอฟริกาเพียงไม่กี่ประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบหลายพรรคการเมืองที่เข้มแข็งและต่อเนื่องมายาวนานกว่า 38 ปี นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร อีกทั้งเป็นประเทศที่มีอัตราการฉ้อราษฎร์บังหลวงต่ำที่สุดในแอฟริกา และไม่มีปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน

คณะรัฐบาล ประกอบด้วยประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และบรรดารัฐมนตรีต่าง ๆ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี คณะรัฐบาลนี้เป็นผู้รับนโยบายจากรัฐสภา (National Assembly) อีกทอดหนึ่ง อนึ่ง รัฐสภาซึ่งทำหน้าที่นิติบัญญัติมี 38 ที่นั่ง โดยมาจากการเลือกตั้งทุก 5 ปี 34 ที่นั่ง รัฐสภาจะเป็นผู้เลือกประธานาธิบดี ประธานาธิบดีเป็นสมาชิกรัฐสภาโดยตำแหน่ง การพิจารณาบางเรื่องต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาหัวหน้าเผ่า (House of Chiefs)

ผลการเลือกตั้งทั่วไปในบอตสวนาครั้งล่าสุดปรากฏว่า พรรค Botswana National Front (BNF) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างท่วมท้น ดังจะเห็นได้จากการที่พรรค BNF ได้ที่นั่งในสภาเพิ่มขึ้นจาก 3 เป็น 13 ที่นั่ง จากที่นั่งทั้งหมด 39 ที่นั่ง ถึงแม้ว่าพรรคฺBotswana Democratic Party (BDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลจะยังสามารถรักษาเสียงข้างมากในสภาไว้ได้ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 7 แต่การที่พรรคฝ่ายค้านได้ที่นั่งในสภาเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 400 นั้น เป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในบอตสวานา อันสืบเนื่องจากองค์ประกอบหลายประการด้วยกัน ได้แก่ การเพิ่มจำนวนที่นั่งในสภาจาก 34 ที่นั่งเป็น 40 ที่นั่ง การฉ้อราษฎร์บังหลวงและการใช้อำนาจในทางที่ผิดของรัฐบาลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรว่างงานในเมือง และเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศของรัฐบาล นอกจากนี้ การที่พรรค BDP ได้บริหารประเทศติดต่อกันเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ทำให้ประชาชนเกิดความเบื่อหน่าย ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งเพียง 370,000 จากจำนวน 600,000 คน ไปลงทะเบียนเลือกตั้ง ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นที่เกรงกันว่า พรรค BNF อาจจะใช้เสียงที่ตนมีในสภาเป็นเครื่องกดดันให้ มีการลดอายุผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งจาก 21 เป็น 18 ปี

ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ
บอตสวานามีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับประเทศในโลกตะวันตกและฝ่ายตะวันออก ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นประเทศกำลังพัฒนาซึ่งต้องการความช่วยเหลือทั้งเงินทุนและวิชาการสมัยใหม่จากนานาประเทศโดยไม่แบ่งแยกอุดมการณ์ทางการเมือง อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า บอตสวานามีความใกล้ชิดกับประเทศตะวันตกมากกว่า ทั้งนี้ เพราะประเทศเหล่านี้ได้บริจาคเงินทุนช่วยเหลือแก่บอตสวานาเป็นจำนวนมาก อาทิ กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย เยอรมัน อังกฤษ สหรัฐฯ และแคนาดา นอกจากนั้น ยังมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่ให้ความช่วยเหลือแก่บอตสวานาอีก อาทิ ประชาคมยุโรป ธนาคารโลก ธนาคารเพื่อ การพัฒนาแห่งสหประชาชาติ เป็นต้น

สำหรับความสัมพันธ์กับแอฟริกาใต้ บอตสวานาจำเป็นต้องติดต่อและพึ่งพา แอฟริกาใต้ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ทั้งนี้ เพราะบอตสวานาไม่มีทางออกทะเล ดังนั้น สินค้าออกของประเทศจึงจะต้องส่งผ่านท่าเรือของแอฟริกาใต้ อาทิ เมือง Durban และ Capetown เป็นต้น นอกจากนั้นสินค้าเข้าส่วนใหญ่ของบอตสวานาซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารกว่าร้อยละ 80 ยังได้สั่งเข้ามาจากแอฟริกาใต้อีกด้วย

นโยบายต่างประเทศ
บอตสวานาเป็นประเทศที่มีนโยบายเป็นกลางและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ต้องการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศและยืดถือหลักการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศโดยสันติวิธีสำหรับนโยบายต่างประเทศโดยทั่ว ๆ ไปนั้น อยู่ในแนวขององค์การเอกภาพแอฟริกา

เศรษฐกิจการค้า

ข้อมูลเศรษฐกิจปี 2551
ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ 13.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2551)
รายได้ประชาชาติต่อหัว 7,183 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2550)
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 2.9 (ปี 2551)

สภาพเศรษฐกิจ
ในอดีต รายได้ส่วนใหญ่ของบอตสวานามาจากการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีมูลค่าคิดเป็น ร้อยละ 35 ของการส่งออกทั้งหมด ต่อมา ภายหลังจากที่ได้มีการค้นพบแร่ธาตุต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2507 เป็นต้นมา ชาวต่างประเทศได้เริ่มเข้าไปลงทุนในบอตสวานามากขึ้น บ่อเพชรซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลกได้เปิดดำเนินการขึ้นในเมืองโอราปาในปี 2514 และได้มีการผลิตทองแดงและนิกเกิลที่เมืองเซเลไบมิคเวในปี 2517 ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ในระหว่างปี 2514-2519 มีอัตราความเจริญสูงขึ้นกว่าร้อยละ 11 และในปี 2520 เพชรได้กลายเป็นสินค้าออกที่ทำรายได้สูงกว่าเนื้อสัตว์

บอตสวานาเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง และมีฐานะทางการคลังมั่นคงที่สุดประเทศหนึ่งในแอฟริกา ทั้งนี้ เนื่องจากอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีมูลค่าสูงเป็นประเทศที่ผลิตเพชรที่ยังไม่ได้เจียระนัยเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากออสเตรเลียและซาอีร์ ซึ่งนอกจากเพชรแล้ว บอตสวานายังมีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญรองลงมา คือ ถ่านหิน ทองแดง นิกเกิล โซดาแอช ทองคำ นอกจากการทำเหมืองแล้ว สินค้าที่ทำรายได้ให้กับบอตสวานา ที่สำคัญ คือ เนื้อวัว ส่งออกไปประชาคมยุโรป (70%) โดยมีอังกฤษเป็นลูกค้ารายใหญ่ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมด้านสิ่งทอของบอตสวานาขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยบอตสวานาได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมสิ่งทอที่สำคัญในแอฟริกาใต้ โดยส่งไปขายยังซิมบับเว มาลาวีและยุโรป ทั้งนี้ บอตสวานาพยายามที่จะดึงเอานักลงทุนชาวฮ่องกงมาทำการลงทุนด้านนี้ด้วย

รัฐบาลบอตสวานาตระหนักถึงปัญหาการพึ่งพารายได้ส่วนใหญ่จากการผลิตเพชร ซึ่งอาจเกิดขึ้นในอนาคต จึงพยายามส่งเสริมให้มีการลงทุนให้มากขึ้น ซึ่งในสมัยของประธานาธิบดี Masire ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1989 ว่า แผนการพัฒนาประเทศของรัฐบาลสำหรับในช่วงทศวรรษ 1990 นี้ คือจะส่งเสริมมาตรการและโครงการต่าง ๆ เพื่อจะส่งเสริมให้มี economic diversification รวมทั้งการพยายามดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนด้วย

บอตสวานามีการติดต่อผูกพันทางเศรษฐกิจอย่างมากกับแอฟริกาใต้ การขนส่งสินค้าเข้า-ออกส่วนใหญ่ผ่านแอฟริกาใต้ บอตสวานาเป็นประเทศสมาชิก Southern African Customs Union (SACU) ร่วมกับแอฟริกาใต้ ไม่มีกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายสินค้าจากแอฟริกาใต้ นามิเบีย เลโซโท และสวาซิแลนด์ สินค้าเข้าบอตสวานาจึงมีการส่งต่อไปขายยังประเทศใกล้เคียง เช่น ซิมบับเว รัฐบาลพยายามลดความผูกพันทางเศรษฐกิจกับแอฟริกาใต้ โดยได้สร้างถนนและทางรถไฟเชื่อมถึงและผ่านนามิเบีย ซิม บับเว และโมซัมบิก แต่ปัจจุบันก็ยังต้องนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมเกือบทั้งหมดจากแอฟริกาใต้ นอกจากนี้ รัฐบาลพยายามพัฒนาอุตสาหกรรมโดยอาศัยความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศในภูมิภาค และได้ยกเลิกนโยบายพึ่งตนเองในด้านการผลิตอาหาร (food self- sufficiency) เพราะตระหนักว่าไม่สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอกับความต้องการและเปลี่ยนเป็นนโยบายความมั่นคงทางอาหาร (food security) แทน

สินค้านำเข้า สินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องจักรกล วัสดุอุปกรณ์สำหรับการขนส่ง และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม

ประเทศคู่ค้า ส่งออกไป สหราชอาณาจักร (76%) ประเทศใน Southern African Customs Union (9%) ซิมบับเว (4.1%) สหรัฐอเมริกา (2.2%)
นำเข้าจาก Southern African Customs Union (85%) ซิมบับเว (1.5%) และสหราชอาณาจักร (1.3%)

สมาชิกในองค์การระหว่างประเทศและในภูมิภาคที่สำคัญ
- องค์การสหประชาชาติ
- องค์การเอกภาพแอฟริกา (OAU)
- กลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (NAM)
- กลุ่มประเทศรัฐแนวหน้า (Frontline States)
- คณะมนตรีสหประชาชาติเพื่อนามิเบีย (UNCN)
- ที่ประชุมว่าด้วยการพัฒนาและความร่วมมือในภูมิภาคแอฟริกาใต้ (SADCC)
- คณะกรรมการเศรษฐกิจเพื่อแอฟริกา (ECA)
- ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งแอฟริกา (ADB)
- สมาชิกสมทบแห่งประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC)
- Southern African Customs Union (สมาชิก ได้แก่ แอฟริกาใต้ บอตสวานา เลโซโท สวาซิแลนด์)

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐบอตสวานา


1. ความสัมพันธ์ทั่วไป
1 .การทูต
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางทูตกับบอตสวานาเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2528 โดยฝ่ายบอตสวานาได้มอบหมายให้ สอท บอตสวานาประจำประเทศญี่ปุ่น มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย นายออสการ์ มอสวาคาเอ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตบอตสวานาประจำประเทศไทย ฝ่ายไทยได้มอบหมายให้ สอท ณ กรุงพริทอเรีย มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศบอตสวานา นายธฤต จรุงวัฒน์ ดำรงตำแหน่ง ออท ประจำบอตสวานา ถิ่นพำนัก ณ กรุงพริทอเรีย ปัจจุบัน ไทยกำลังอยู่ระหว่างการแต่งตั้งให้นาย Ishmael Takaedza Nshakazhogwe (อิชเมอิล ทาดาเอดซา อึนชาคาซโฮกเว) ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำบอตสวานา ขณะนี้ กำลังรออนุมัติบัตรจากฝ่ายบอตสวานา (แทนนาย Kam Ho Ivan Lo ซึ่งเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำบอตสวานาระหว่างเดือนมิถุนายน 2545 - เดือนมิถุนายน 2548)
ปัจจุบัน มีคนไทยอาศัยอยู่ในบอตสวานา โดยทำงานในธุรกิจร้านอาหารและเป็นคู่สมรสของชาวบอตสวานาและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในบอตสวานา 5 คน

1.2 เศรษฐกิจ
1.2.1 การค้า
รัฐบาลบอตสวานามีนโยบายส่งเสริมความหลากหลายทางเศรษฐกิจ (Economic Diversification) เพื่อลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมเพชรแต่เพียงอย่างเดียว (เศรษฐกิจบอตสวานาพึ่งพาการค้าเพชรอย่างมาก โดย 2 ใน 3 ของรายได้ของประเทศมาจากการค้าเพชร) โดยต้องการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (Foreign Direct Investment) เพื่อช่วยในการพัฒนาภาคการเกษตร ปศุสัตว์ สิ่งทอ และธุรกิจภาคบริการ การท่องเที่ยว และการเงินการธนาคาร ซึ่งสาขาธุรกิจเหล่านี้ เป็นสาขาที่ภาคเอกชนไทยมีความชำนาญ จึงสมควรส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าไปลงทุน ใช้บอตสวานาเป็นฐานการผลิต เปิดตลาดในบอตสวานาและขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
การค้ารวมระหว่างไทยและบอตสวานา ในปี 2551 มีมูลค่า 97.87 ล้าน USD ไทยส่งออก 12.43 ล้าน USD และไทยนำเข้า 85.44 ล้าน USD ไทยขาดดุลการค้า 73.02 ล้าน USD (ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้ากับบอตสวานามาหลายปีติดต่อกัน)
สินค้าออกสำคัญของไทยไปบอตสวานา ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องจักรกล กระดาษ และสินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากบอตสวานา ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบ ได้แก่ เพชรพลอย แร่อัญมณี เงินแท่งและทองคำ (ไทยนำวัตถุดิบเหล่านี้มาแปรรูป เจียระไน และประกอบตัวเรือน เป็นเครื่องประดับอัญมณีเกรดเอ) ด้ายและเส้นใย ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
1.2.2 การลงทุน
ปริมาณการลงทุนระหว่างไทยกับบอตสวานายังมีน้อย นักธุรกิจของทั้งสองประเทศยังไม่มีความคุ้นเคยกันและมีข้อมูลข่าวสารการค้าระหว่างกันน้อยมาก เนื่องจากบอตสวานาเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลและที่ผ่านมาไทยใช้ประเทศแอฟริกาใต้เป็นฐานในการส่งออกสินค้าไปยังบอตสวานา
ปัจจุบัน มีสัญญาณที่ดีจากทั้งสองฝ่ายในการที่จะขยายความร่วมมือทวิภาคี โดยเฉพาะในด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาและด้านเศรษฐกิจ
บอตสวานาเป็นประเทศที่มีบรรยากาศเหมาะแก่การลงทุน เนื่องจากการเมืองมีเสถียรภาพ และนโยบายด้านการเงินการคลังเอื้อต่อนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง มีการคอรัปชั่นต่ำ และมีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ถนน และโทรคมนาคม ที่ได้มาตรฐาน
ภาคธุรกิจที่มีศักยภาพต่อการลงทุนของภาคเอกชนไทย ได้แก่ สาขาที่บอตสวานาขาดเทคโนโลยีและไทยมีความชำนาญ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบ อาทิ การเจียระไนเพชร การประกอบตัวเรือนอัญมณีและเครื่องประดับ การฟอกหนังวัวเพื่อใช้ในอุตสาหกรมเครื่องหนัง การก่อสร้าง และการให้บริการด้านการท่องเที่ยว (รัฐบาลบอตสวานามีแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ โดยมุ่งเน้นที่จะเจาะตลาดนักท่องเที่ยวระดับบน เน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ แบบซาฟารี ชมชีวิตสัตว์ป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์)
1.3 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา
ไทยและบอตสวานามีความร่วมมือเพื่อการพัฒนาตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศกำลัง
พัฒนา (South-South Cooperation) ดำเนินการโดยสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ สาขาความร่วมมือที่สำคัญ ได้แก่
1.3.1 ด้านการศึกษา
- เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2551 ฝ่ายไทย (โดยการดำเนินงานของ สพร และ ม.อัสสัมชัญ) ได้จัด
ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่นักศึกษาบอตสวานา ในสาขาประกันภัยและวิศวกรรมศาสตร์จำนวน 5 ทุน โดยนักศึกษาบอตสวานาจำนวน 3 คน กำลังศึกษาที่ ม. อัสสัมชัญ และอีก 2 คนกำลังจะเริ่มการศึกษาในปี2552 โครงการนี้ดำเนินงานในลักษณะ partial scholarships ซึ่งฝ่ายบอตสวานารับผิดชอบค่าเดินทางระหว่างประเทศ และฝ่ายไทยรับผิดชอบค่าเล่าเรียน ที่พัก และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในไทย
- คณะผู้แทนไทย นำโดย ผอ. สพร. และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เยือนบอตสวานา ระหว่างวันที่ 22-23
มีค. 52 เพื่อหารือด้าน ครม ด้านการศึกษากับผู้บริหาร ศธ บอตสวานา
- รองปลัดฯ ศธ. บอตสวานา เดินทางเยือนไทยเพื่อดูงานด้านอุดมศึกษาระหว่างวันที่ 22-30
มิย 52
- สถานะล่าสุดของ ครม ด้านการศึกษา
(1) สพร. ร่วมกับ สถาบันการศึกษาไทย 3 แห่ง คือ ม. สงขลา/ ม. ขอนแก่น และจุฬาฯ
เสนอให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีเพิ่มเติมแก่บอตสวานา รวมทั้งหมด 10 ทุน โดยเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2553 ขณะนี้ ฝ่ายบอตสวานากำลังพิจารณาคัดเลือกผู้รับทุน
(2) ศธ บอตสวานา วางแผนจะส่ง นร. ทุนรัฐบาลบอตสวานามาศึกษาระดับปริญญาตรีใน
ไทย จำนวน 50 คน ในปีการศึกษา 2553-2554
- ภูมิหลัง
ในปัจจุบัน ชาวบอตสวานาที่มีฐานะนิยมส่งลูกหลานไปศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย และมาเลเซียเป็นจำนวนมาก นักศึกษาชาวบอตสวานาซึ่งรับการสนับสนุนด้านการเงินจากรัฐบาลกำลังศึกษาต่อที่มาเลเซียเป็นจำนวนมากถึง 1,200 คน ส่วนมหาวิทยาลัยไทยยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในบอตสวานา ขณะนี้ สพร. พร้อม สกอ. กำลังดำเนินงานประชาสัมพันธ์การศึกษาไทยให้เป็นที่รู้จักในบอตสวานามากขึ้น โดยเริ่มจากการแลกเปลี่ยนการเยือนของ จนท. อาวุโส ด้านการศึกษา เพื่อพบหารือถึงแนวทางการขยาย ครม. ด้านการศึกษา
1.3.2 ด้าน HIV/AIDS
บอตสวานามองว่าไทยเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับปัญหาโรคเอดส์มากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก รัฐบาลบอตสวานา จึงประสงค์ขอรับความร่วมมือด้านการต่อสู้ HIV/AIDS จากไทย ทั้งนี้ ฝ่ายไทยโดย สพร และ สธ เคยมีโครงการจะส่ง ผู้เชี่ยวชาญไปให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่บอตสวานาเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว แต่ขณะนั้น ฝ่ายบอตสวานาติดขัดเรื่องการจัดการภายใน จึงไม่พร้อมรับ ผู้เชี่ยวชาญไทย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบอตสวานาซาบซึ้งในความตั้งใจจริงของไทย (good will) และประสงค์จะขอให้ฝ่ายไทยพิจารณาส่งผู้เชี่ยวชาญไทยไปบอตสวานาอีกครั้ง
1.3.3 ด้านเกษตรกรรม
บอตสวานายังขาดการพัฒนาด้านเกษตรกรรมอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และปัจจัยแวดล้อมในบางพื้นที่เอื้อต่อการเพาะปลูก แต่ผลผลิตด้านเกษตรเพื่อเป็นอาหารยังอยู่ในระดับต่ำ จึงประสงค์จะขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตรจากไทย

2. ความตกลงที่สำคัญกับไทย
ความตกลงที่ได้ลงนามแล้ว
2.1 ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้า
2.2 พิธีสารว่าด้วยความร่วมมือระหว่าง กระทรวงต่างประเทศไทย – กระทรวงต่างประเทศบอตสวานา
ความตกลงที่อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำ
2.3 ความตกลงยกเว้นการจัดเก็บภาษีซ้อน
2.4 ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ

3. การเยือนที่สำคัญ
ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-บอตสวานาราบรื่น ไม่มีปัญหาระหว่างกัน โดยประธานาธิบดีและ รมว กต บอตสวานา มีหนังสือแสดงความยินดีมาถึงนายกรัฐมนตรีและ รมว กต ไทย ที่เข้าดำรงตำแหน่งใหม่ทุกครั้ง แต่ไม่เคยมีการเยือนระดับราชวงศ์ การเยือนระดับสูงครั้งล่าสุด คือ นาย Festus Gontebanye Mogae อดีต ปธน บอตสวานาเยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน กย. 2546
ปัจจุบัน มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับ จนท โดยเฉพาะในกรอบความร่วมมือ เพื่อการพัฒนา (ล่าสุดรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ บอตสวานาพร้อมคณะเยือนไทยเพื่อดูงานสถาบันการศึกษาระดับ อุดมศึกษาของไทย ระหว่างวันที่ 22-30 มิย 2552 โดย สพร ให้การต้อนรับ)
3.1 ฝ่ายไทย
นายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- วันที่ 15-17 พฤศจิกายน 2548 ดร. วีระชัย วีระเมธีกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศเดินทางเยือนสาธารณรัฐบอตสวานาเพื่อเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง Comprehensive Response to HIV/AIDS Prevention and Care และในโอกาสนี้ ได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับนาย Fetus Mogae ประธานาธิบดีสาธารณรัฐบอตสวานา และนาย Mompati Merafhe รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอตสวานา ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2548
3.2 ฝ่ายบอตสวานา
นายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- เดือนตุลาคม 2534 นาย Fetus Mogae รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและการวางแผนพัฒนา บอตสวานาเข้าร่วมประชุมประจำปีธนาคารโลกและองค์การการเงินระหว่างประเทศ ที่กรุงเทพฯ
- เดือนกุมภาพันธ์ 2543 นาย D.K. Kwalagobe รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม บอตสวานาเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ครั้งที่ 10 (UNCTAD X) ที่กรุงเทพฯ
- วันที่ 16 กรกฎาคม 2545 นาย Fetus Mogae ประธานาธิบดีสาธารณรัฐบอตสวานา แวะผ่านประเทศไทยเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศออสเตรเลีย
- ระหว่างวันที่ 3-9 สิงหาคม 2546 นาง Barbara Mogae ภริยาประธานาธิบดีสาธารณรัฐบอตสวานา พร้อมด้วยนางสาว Boikaego Neo Mogae บุตรสาว เดินทางเยือนไทยเป็นการส่วนตัว
- ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน 2546 นาย Fetus Mogae ประธานาธิบดีสาธารณรัฐบอตสวานาเยือนไทยในฐานะแขกของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) เพื่อเข้าร่วมการประชุม ESCAP สมัยที่ 59 ที่กรุงเทพฯ และกล่าวถ้อยแถลงเกี่ยวกับปัญหาโรคเอดส์

ฝ่ายไทย
เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐบอตสวานา ซึ่งมีถิ่นพำนัก ณ กรุงพริทอเรีย คือ
นายธฤต จรุงวัฒน์
ที่อยู่ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย
Royal Thai Embassy
428 Pretorius/Hill Street
Arcadia, Pretoria 0083
P.O. Box 12080
Hatfield, Pretoria 0028
Tel. (27-12) 342-1600, 342-4516,
342-4600, 342-4506, 342-5470
Fax. (27-12) 342-4805, 342-3986
E-mail : [email protected]
Consular Info : [email protected]
Trade Info : [email protected]
Technical : [email protected]
Website : http://www.thaiembassy.co.za/

ฝ่ายบอตสวานา
เอกอัครราชทูตประจำราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีถิ่นพำนัก ณ กรุงโตเกียว คือ
H.E. Mr. Oscar Motswagae
ที่อยู่ของสถานเอกอัครราชทูตบอตสวานา ณ กรุงโตเกียว คือ
6th Fl., Kearny Place Shiba,
4-5-40 Shiba, Minato-ku,
Tokyo 108-0014,
JAPAN
Tel: (813) 5440-5676
Fax: (813) 5765-7581
E-mail: [email protected]


 


 

 

ช่องทางรับโปรโมชั่น พิเศษ!!


 

VISITOR

 สถิติวันนี้

2476 คน

 สถิติเมื่อวาน

1458 คน

 สถิติเดือนนี้

สถิติปีนี้

สถิติทั้งหมด

40306 คน

321668 คน

3285551 คน

เริ่มเมื่อ 2012-06-11



   

     TOURISM AUTHORITY OF THAILAND
   LICENSE NO. 11/06794

 © 2011 Tourinloveallway  All rights reserved.


📞 02-174-2214-5 , 02-1742346-7
📱  088-886-0049 , 091-797-6745 , 088-449-2534
💬 line: @tourinlove
   facebook: http://www.facebook.com/ILoveTourInLove/
 follow us official