สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
The Islamic Republic of Iran

ข้อมูลทั่วไป


ที่ตั้ง พรมแดนทางทิศใต้จรดกับอ่าวโอมานและอ่าวเปอร์เชีย ทิศตะวันออกจรดอัฟกานิสถานและปากีสถาน ทิศตะวันตกจรดอิรักและตุรกี ทิศเหนือจรด
อาร์เซอร์ไบจาน เติร์กเมนิสถาน อาร์เมเนียและทะเลสาบแคสเปียน
พื้นที่ 1.648 ล้านตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง กรุงเตหะราน (Tehran)
ประชากร 74.2 ล้านคน (ปี 2552) ประกอบด้วยเชื้อชาติเปอร์เซีย ร้อยละ 51 อาเซอรี ร้อยละ 24 และเคิร์ด อาหรับ และเติร์กเมน ร้อยละ 24
ภูมิอากาศ มีภูมิอากาศแห้งแล้งสลับกึ่งแห้งแล้ง ตลอดชายฝั่งทะเลแคสเปียนมีภูมิอากาศแบบใกล้เขตร้อน
ศาสนา ศาสนาอิสลาม (เป็นนิกายชีอะต์ร้อยละ 89 และนิกายสุหนี่ร้อยละ 9) ศาสนาคริสต์ ศาสนายิว และอื่นๆ ร้อยละ 2
ภาษา ภาษาฟาร์ซี (Farsi) หรือภาษาเปอร์เซีย เป็นภาษาราชการ
หน่วยเงินตรา เรียล อิหร่าน (IRR) อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท เท่ากับ 305 เรียล อิหร่าน (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2553)
การเมืองการปกครอง


ข้อมูลประเทศอิหร่าน

1. ประวัติโดยสังเขป
ประวัติศาสตร์ของอิหร่านนับถอยหลังไปได้ถึงศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล เมื่อพระเจ้าไซรัสมหาราชก่อตั้งจักรวรรดิเปอร์เซียขึ้น หลังการยึดครองของอเล็กซานเดอร์มหาราชเมื่อ 330 ปีก่อนคริสตกาล จักรวรรดิเปอร์เซียได้ถูกรุกรานและครอบครองจากหลายชนเผ่าและราชวงศ์ ไม่ว่าจะเป็นชาวพาร์เธียน ชาวมองโกล หรือราชวงศ์ต่างๆ ของตุรกี และในศตวรรษที่ 7 หลังจากที่ชาวอาหรับเข้าครอบครองจักรวรรดิเปอร์เซีย Zoroastrianism ซึ่งเป็นศาสนาดั้งเดิมของชาวเปอร์เซียถูกแทนที่โดยศาสนาอิสลามตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ตลอดสหัศวรรษหลังจากนั้น เปอร์เซียตกอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ต่างชาติ ในศตวรรษที่ 16 ราชวงศ์ Safavid จากตุรกีได้เข้าครอบครองจักรวรรดิและประกาศให้ศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์เป็นศาสนาประจำชาติอิหร่าน เมื่อถึงยุคของชาห์ Abbas ราชวงศ์ Safavid ได้ก้าวถึงจุดสูงสุดและทำให้เปอร์เซียได้รับการยอมรับจากยุโรปในฐานะมหาอำนาจ จนกลายเป็นศัตรูสำคัญของจักรวรรดิออตโตมานที่สามารถดึงความสนใจของออตโตมานไปจากการรุกรานยุโรปได้ อย่างไรก็ตาม ราชวงศ์ Safavid ก็ถูกโค่นล้มโดยราชวงศ์ตุรกีอีกตระกูลหนึ่งคือราชวงศ์ Qajar ในศตวรรษที่ 18
ในช่วงศตวรรษที่ 18 ถึง 19 อิหร่านเริ่มเสื่อมลงจากการการขยายตัวของจักรวรรดิบริเตนและรัสเซีย การค้นพบน้ำมันในช่วงปี 1900 ยิ่งเพิ่มการแข่งขันระหว่างจักรวรรดิทั้งสองในการมีอิทธิพลเหนือเปอร์เซียมากยิ่งขึ้น และกลายเป็นหนึ่งในชนวนและสมรภูมิสำคัญในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อสงครามสิ้นสุดลงอิหร่านได้เป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งของ League of Nations
ในปี 2464 Reza Khan นายทหารในกองทัพอิหร่านได้ก่อการรัฐประหารโค่นล้มราชวงศ์ Qajar และสถาปนาราชวงศ์ปาห์ลาวี (Pahlavi) ขึ้นปกครองอิหร่านภายใต้ระบอบเผด็จการทหาร อย่างไรก็ดี ได้เกิดการ
ลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลราชวงศ์ปาห์ลาวีซึ่งเรียกว่า “การปฏิวัติขาว” นำโดยผู้นำทางศาสนา อญาโตลลอฮ์ รูโฮลาห์ โคไมนี (Ayatollah Ruhollah Khomeini) และประสบความสำเร็จในปี 2522 โดยรัฐบาลของราชวงศ์ชาห์ถูก
โค่นล้มและ Khomeini ได้รับการสถาปนาเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ สถาปนา “สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน” ขึ้นในวันที่ 1 เมษายน 2522 ซึ่งกลายเป็นวันชาติของอิหร่านหลังจากนั้นเป็นต้นมา

1. การเมืองการปกครอง
1.1 2.1 อิหร่านมีประวัติศาสตร์การปกครองแบบกษัตริย์เป็นระยะเวลานาน กษัตริย์พระองค์สุดท้ายของอิหร่าน คือ พระเจ้ามุฮัมมัด เรซา ชาห์ ปาฮ์ลาวี (Muhammad Reza Shah Pahlavi) เหตุการณ์ความวุ่นวายภายในประเทศทำให้พระเจ้าชาห์ ปาฮ์ลาวี เสด็จฯ ไปลี้ภัยต่างประเทศ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2522 และเสด็จสวรรคตเมื่อปี 2523 ที่อียิปต์ ปัจจุบัน สมาชิกราชวงศ์ปาห์ลาวี อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา
2.2 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2522 อญาโตลลอฮ์ รูโฮลาห์ โคไมนี (Ayatollah Ruhollah Khomeini) ผู้นำศาสนาอิสลามนิกายชีอะต์ ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองประเทศอิหร่านเป็นสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (Islamic Republic of Iran) โดยใช้หลักการทางศาสนาอิสลาม หรือ การปกครองในรูปแบบเทวาธิปไตย (Theocratic republic) เป็นแนวทางในการปกครองประเทศ การปฏิบัติตนในสังคม รวมถึงการแต่งกายตามหลักศาสนาอิสลามและต่อต้านอิทธิพลของโลกตะวันตก ทั้งนี้ ผู้นำสูงสุด (Supreme leader) ซึ่งถือเป็นผู้นำทั้งฝ่ายศาสนาจักรและอาณาจักร เป็นประมุขสูงสุดของประเทศ
2.3 รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งประกาศใช้เมื่อเดือนธันวาคม 2522 และแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อปี 2532 กำหนดให้อิหร่านเป็นสาธารณรัฐอิสลาม โดยมีโครงสร้างดังนี้
- ประมุขสูงสุด (Rahbar) เป็นผู้นำสูงสุดทั้งฝ่ายศาสนาจักรและอาณาจักร ประมุขสูงสุดของอิหร่านคนปัจจุบันคือ อยาโตลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei)
- ประธานาธิบดี (Ra'is-e Jomhoor) เป็นตำแหน่งที่ได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทุกๆ 4 ปี และจะได้รับเลือกตั้งได้ไม่เกิน 2 สมัย ทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายบริหาร ถึงแม้ประธานาธิบดีจะได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน แต่อาจถูกถอดถอนจากตำแหน่งโดยประมุขสูงสุดได้ คนปัจจุบันคือ นายมาห์มูด
อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad)
- รัฐบาล นอกจากประธานาธิบดีแล้ว ยังมีตำแหน่งรองประธานาธิบดี 6 คน และคณะรัฐมนตรี 20 คน ที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
- สภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือสภาที่ปรึกษาอิสลาม (Majlis) ประกอบด้วยสมาชิกที่ได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทุกๆ 4 ปี จำนวน 290 คน ทำหน้าที่ออกกฎหมายและควบคุมฝ่ายบริหาร ประธานฯ คนปัจจุบันคือ นายอาลี อาร์ดาชี ลารีจานี (Ali Ardashi Larijani)
2.4 ในการแข่งขันระหว่างกลุ่มการเมืองสายอนุรักษ์นิยมเคร่งศาสนากับกลุ่มปฏิรูปหัวก้าวหน้าในเวทีการเมืองอิหร่าน ปรากฏว่า ในปี 2547 กลุ่มอนุรักษ์นิยม ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งรัฐสภา เนื่องจากได้รับ
การสนับสนุนจากกลุ่มเคร่งศาสนาอิสลามในอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านกลับไปมีนโยบายอนุรักษ์นิยมเคร่งศาสนา ต้านอิทธิพลตะวันตกและพึ่งพาตนเองยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากนโยบายของอิหร่านในการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งได้รับการคัดค้านจากหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา
2.5 ปัจจุบัน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ได้แก่ นายมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) ซึ่งมีแนวคิดอนุรักษ์นิยม โดยนายอามาดิเนจาด ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอิหร่านเป็นสมัยที่สอง จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2552 ด้วยคะแนนเสียง 62.63% (ได้รับเลือกและแต่งตั้งเป็นสมัยแรกโดยผู้นำสูงสุด Ayatollah Ali Khamenei เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2548)

เศรษฐกิจการค้า
ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ 358.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2552)
รายได้ประชาชาติต่อหัว 4,836 ดอลลาร์สหรัฐ (2552)
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ 0.5 % (2552)
อัตราเงินเฟ้อ 15 % (2552)
อัตราคนว่างงาน 11.8 % (2552)
สินค้าส่งออกสำคัญ น้ำมัน 85% และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งอิหร่านส่งออกประมาณ 3.56 พันล้านคิวบิกเมตร นอกจากนั้น อิหร่านยังส่งออก พรม ผลไม้ ถั่ว เหล็ก และเคมีภัณฑ์
ประเทศส่งออกที่สำคัญ จีน รัสเซีย EU ตุรกี UAE ญี่ปุ่น เกาหลีใต้
สินค้านำเข้า วัตถุดิบอุตสาหกรรม สินค้าประเภททุน เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค อาวุธยุทธภัณฑ์
ประเทศนำเข้า เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี จีน UAE เกาหลีใต้ รัสเซีย

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
ความสัมพันธ์กับประเทศไทย

1. ความสัมพันธ์ทั่วไป
1.1 ด้านการทูต
ไทยมีความสัมพันธ์กับราชอาณาจักรเปอร์เซีย ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อเชค อาหมัด กูมี (Sheikh Ahmad Qumi) ต้นราชสกุลบุนนาค ได้มาตั้งรกรากในไทย และได้รับราชการในราชสำนักไทย ไทยกับอิหร่านสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2498 (ค.ศ. 1955) ประเทศทั้งสองมีความสัมพันธ์ราบรื่น ไม่มีข้อขัดแย้งระหว่างกัน และเมื่อปี 2548 (ค.ศ. 2005) ไทยกับอิหร่านได้เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปี ร่วมกัน ปัจจุบัน มีการแลกเปลี่ยนผู้แทนทางการทูตระดับเอกอัครราชทูตระหว่างไทยกับอิหร่าน โดยมีนายเกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี เป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน นายมาจิด บิสมาร์ก (Majid Bizmark) ดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย

1.2 ด้านการเมือง
1.2.1 การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ พาณิชย์ อุตสาหกรรม วิชาการ การเกษตรและวิทยาศาสตร์ (Joint Commission on Economic, Commercial, Industrial, Technical, Agricultural and Scientific Cooperation) ระดับรัฐมนตรีเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ระหว่างกัน ฝ่ายไทยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานร่วม ฝ่ายอิหร่านมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานร่วม โดยการประชุม JC ครั้งที่ 7 ล่าสุด จัดขึ้นที่กรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 4-7 กันยายน 2547 (ค.ศ.2004) โดยไทยจะต้องเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งต่อไป
1.2.2 อิหร่านให้การสนับสนุนไทยในหลายเวทีพหุภาคี อาทิ การประชุม UN การประชุมกลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Non-Aligned Movement –NAM) การประชุมองค์การการประชุมอิสลาม (Organization of Islamic Conference –OIC) และอิหร่านสนใจขยายความร่วมมือกับกรอบความร่วมมืออาเซียน โดยขอสมัครเป็นคู่เจรจาแบบ Sectoral dialogue partner กับอาเซียนด้วย

1.3 ด้านเศรษฐกิจ
การค้า
- ไทยกับอิหร่านมีมูลค่าการค้ารวมในปี 2551 (ค.ศ. 2008) ประมาณ 27,458.62 ล้านบาท ไทยส่งออกเป็นมูลค่า 19,496.51 ล้านบาท และนำเข้า 7,962.11 ล้านบาท ไทยเป็นฝ่ายได้ดุล
- สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ ข้าว เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ เหล็ก เหล็กกล้า รถยนต์และอะไหล่ เส้นใยประดิษฐ์ ผ้าผืนและด้าย เป็นต้น อิหร่านเคย เป็นตลาดที่สำคัญในตะวันออกกลางสำหรับข้าวไทย โดยเคยนำเข้าข้าวไทยประมาณปีละประมาณ 8 แสนตัน ปัจจุบัน ข้าวไทยมีราคาสูงกว่าประเทศอื่นๆ ทำให้อิหร่านนำเข้าจากประเทศอื่นๆ แทน
- ไทยนำเข้าสินแร่โลหะอื่นๆ เคมีภัณฑ์ สัตว์น้ำสดและแช่แข็ง เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องมือเครื่องใช้วิทยาศาสตร์ จากอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ธุรกิจเอกชนไทยมีปัญหาในการหาช่องทางการทำธุรกรรมทางการเงินกับอิหร่าน เนื่องจากผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ และประเทศตะวันตก
การลงทุน
- อิหร่านเป็นประเทศที่มั่งคั่งด้วยแหล่งพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ตลอดจนสินแร่ เช่น ถ่านหิน โครเมียม ทองแดง เหล็ก ตะกั่ว แมงกานิส สังกะสี กำมะถัน ฯลฯ และเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชผลเมืองหนาวหลายชนิด
- สำหรับโอกาสในความร่วมมือด้านกิจการน้ำมันในอิหร่านนั้น ไทยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพลังงาน ระหว่างกระทรวงพลังงาน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด มหาชน (ปตท.สผ.) และกระทรวงปิโตรเลียมของอิหร่าน ปัจจุบัน บริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน) ได้รับสัมปทานสำรวจน้ำมันในอิหร่าน และได้เปิดสำนักงานที่กรุงเตหะรานเมื่อเดือนตุลาคม 2548 (ค.ศ.2005)

การท่องเที่ยว
- ชาวอิหร่านเริ่มสนใจมาท่องเที่ยวในไทย ซึ่งจะเป็นตลาดการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในอนาคต เนื่องจากไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีในด้านการบริการและความปลอดภัย รวมทั้งมีสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อน จับจ่ายซื้อของ และรักษาสุขภาพ ซึ่งตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีฐานะดี มีกำลังซื้อสูง และเดินทางเป็นครอบครัว ทั้งนี้ ในปี 2551 (ค.ศ. 2008) มีชาวอิหร่านมาไทยแล้ว 87,250 คน และปัจจุบัน มีสายการบินอิหร่าน 2 สายการบินได้แก่ Mahan Air และ Iran Air ที่เปิดทำการบินในเส้นทางกรุงเทพฯ-กรุงเตหะราน สัปดาห์ละหลายเที่ยวบิน

2. ความตกลงที่สำคัญกับประเทศไทย

ไทยกับอิหร่านมีความตกลงด้านการบิน ความตกลงทางการค้า และบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่ลงนามแล้วกับอิหร่านจำนวน 8 ฉบับ และกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำความตกลงอีก 23 ฉบับ อาทิ ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ความตกลงทางการค้า (ฉบับใหม่) ความตกลงด้านศุลกากร บันทึกความเข้าใจด้านโทรคมนาคมและไปรษณีย์ และความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านพาณิชย์นาวี ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านยาเสพติด

3. การเยือนที่สำคัญ
3.1 ฝ่ายไทย
พระราชวงศ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
- เสด็จฯ เยือนอิหร่าน เมื่อปี 2510 (ค.ศ. 1967)
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราส สยามมกุฎราชกุมาร
- เสด็จฯ เยือนอิหร่าน ตามคำทูลเชิญของเจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี มกุฎราชกุมารแห่งอิหร่าน ระหว่างวันที่ 7 – 12 ธันวาคม 2519 (ค.ศ. 1976)
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
- เสด็จฯ เยือนอิหร่าน เมื่อเดือนเมษายน 2520 (ค.ศ. 1977)
- เสด็จฯ เยือนอิหร่าน เมื่อเดือนเมษายน 2547 (ค.ศ. 2004)

รัฐบาล
รองนายกรัฐมนตรี
- วันที่ 24 – 27 กันยายน 2542 (ค.ศ. 1999) นายศุภชัย พานิชภักดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เยือนอิหร่านอย่างเป็นทางการรัฐมนตรี
- วันที่ 20 - 23 พฤศจิกายน 2541 (ค.ศ. 1998) ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนอิหร่านอย่างเป็นทางการ
- วันที่ 2 - 7 กรกฎาคม 2542 (ค.ศ. 1999) ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ เยือนอิหร่านอย่างเป็นทางการ
- วันที่ 5 - 7 กันยายน 2547 (ค.ศ. 2004) นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ เยือนอิหร่านอย่างเป็นทางการ
- วันที่ 18 - 19 ธันวาคม 2547 (ค.ศ. 2004) นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางเยือนอิหร่าน
- วันที่ 30 เมษายน 2548 (ค.ศ. 2005) นายวิเศษ จูภิบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางเยือนอิหร่าน
- วันที่ 1 กรกฎาคม 2549 (ค.ศ. 2006) นายวิเศษ จูภิบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้แทนไทยเดินทางเยือนอิหร่าน และเป็นประธานในพิธีเปิดสำนักงานของบริษัท ปตท. สผ. จำกัด (มหาชน)

3.2 ฝ่ายอิหร่าน
พระราชวงศ์
- เจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี มกุฎราชกุมารแห่งอิหร่าน เสด็จฯ เยือนประเทศไทย เมื่อเดือนมกราคม 2521 (ค.ศ. 1978)
ผู้นำทางศาสนาระดับสูง
- วันที่ 18-20 กรกฎาคม 2550 (ค.ศ. 2007) อญาโตลลอฮ์ มุฮัมมัด อะลี ตัชกีรี (Ayatollah Muhammad Ali Taskhiri) เลขาธิการองค์กรสมาพันธ์แห่งโลกเพื่อความสมานฉันท์ระหว่างสำนักคิดในอิสลาม (World Forum for Proximity of Thoughts of Islamic Schools) เยือนไทย เพื่อเข้าร่วมการสัมมนา “Role of Muslims in Proximity of Religions” ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย
รองประธานาธิบดี
- วันที่ 21 - 22 เมษายน 2541 (ค.ศ. 1998) นายโมฮัมหมัด อะลี นาจาฟี (Mohammad Ali Najafi) รองประธานาธิบดี เยือนไทย
- วันที่ 25 - 30 เมษายน 2542 (ค.ศ.1999) นายโมฮัมหมัด อะลี นาจาฟี (Mohammad Ali Najafi) รองประธานาธิบดี เยือนไทย
- วันที่ 8 - 10 พฤศจิกายน 2547 (ค.ศ. 2004) นายฮามิด เรซา บาราดาราน โชรากา (Hamid Reza Baradaran Shoraka) รองประธานาธิบดี เข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง: ทางเลือกในการพัฒนา” จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศ
- วันที่ 22 – 24 พฤศจิกายน 2548 (ค.ศ. 2005) นายเอสฟานด์ยาร์ ราฮิม มาชาอี (Esfandyar Rahim Mashaee) รองประธานาธิบดี เยือนไทย เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดงานสัมมนาการเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – อิหร่าน ครบรอบ 50 ปี
- วันที่ 22-29 เมษายน 2552 (ค.ศ. 2009) นายโมฮัมหมัด กาเซม โฮซไซนี (Mohammad Ghasem Hosseini) รองประธานาธิบดี เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม The 65th Commission Session of ESCAP

รัฐมนตรี
- วันที่ 8 – 10 พฤศจิกายน 2542 (ค.ศ. 1999) ดร.คามาล คาราซี (Kamal Kharrazi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนไทย
- วันที่ 4 – 7 มิถุนายน 2543 (ค.ศ. 2000) ดร.คามาล คาราซี (Kamal Kharrazi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ โดยสารเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินอิหร่าน มาฮัน แอร์ (Mahan Air)
- วันที่ 23 – 24 เมษายน 2544 (ค.ศ. 2001) ดร.คามาล คาราซี (Kamal Kharrazi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนไทย
- วันที่ 14 - 17 ธันวาคม 2545 (ค.ศ. 2002) นายโมฮัมหมัด อะลี ฮาดี นาจัฟ อาบาดี (Mohamad Ali Hadi Najaf Abadi) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนไทย
- วันที่ 13 - 17 มกราคม 2546 (ค.ศ. 2003) นายเอส-ฮัก จาฮานกีรี (Es-haq Jahangiri) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและเหมืองแร่ เยือนไทย
- วันที่ 23 - 26 กุมภาพันธ์ 2549 (ค.ศ. 2006) นายมานูเชอร์ มอตตากี (Manuchehr Mottaki) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนไทย

 

 


 

 

ช่องทางรับโปรโมชั่น พิเศษ!!


 

VISITOR

 สถิติวันนี้

898 คน

 สถิติเมื่อวาน

2443 คน

 สถิติเดือนนี้

สถิติปีนี้

สถิติทั้งหมด

43770 คน

325132 คน

3289015 คน

เริ่มเมื่อ 2012-06-11



   

     TOURISM AUTHORITY OF THAILAND
   LICENSE NO. 11/06794

 © 2011 Tourinloveallway  All rights reserved.


📞 02-174-2214-5 , 02-1742346-7
📱  088-886-0049 , 091-797-6745 , 088-449-2534
💬 line: @tourinlove
   facebook: http://www.facebook.com/ILoveTourInLove/
 follow us official