ราชอาณาจักรเลโซโท
Kingdom of Lesotho
 
ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง เป็นประเทศไม่มีทางออกสู่ทะเล ถูกล้อมรอบด้วยดินแดนของประเทศแอฟริกาใต้ทั้ง 4 ด้าน มีสมญาว่า “ราชอาณาจักรในท้องฟ้าของแอฟริกาใต้”

พื้นที่ 30,344 ตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง กรุงมาเซรู (Maseru)

ประชากร 2.0 ล้านคน (ปี 2551)

ภูมิอากาศ อบอุ่นและเย็น มีฝนตกทั่วประเทศในฤดูร้อน และมีหิมะในเขตที่ราบสูงบางพื้นที่ในฤดูหนาว

ภาษาราชการ อังกฤษและเซโซโท (Sesotho) เป็นภาษาราชการ

ศาสนา ศาสนาคริสต์ ร้อยละ 80 ความเชื่อแบบดั้งเดิม ร้อยละ 20

หน่วยเงินตรา Lesotho Maloti (LSL) อัตราแลกเปลี่ยน 1 LSL ประมาณ 4.50 บาท (ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2552)

ระบอบการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย มีกษัตริย์เป็นประมุขของรัฐ (Parliamentary constitutional monarchy)

สมเด็จพระราชาธิบดีองค์ปัจจุบัน คือ HM King Letsie III (สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซี ที่ 3) ขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2539 ภายหลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระบิดาคือ สมเด็จพระราชาธิบดีMoshoeshoe II สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซี ที่ 3 ได้ทรงเคยขึ้นครองราชย์มาแล้วในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2533 - กุมภาพันธ์ 2538 ขณะที่พระบิดาทรงอยู่ระหว่างการลี้ภัยทางการเมือง

นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ Mr. Bethuel Pakalitha Mosisili

รัฐมนตรีต่างประเทศ คือ Mr. Mohlabi Kenneth Sekoa

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
ราชอาณาจักรเลโซโทเป็นหนึ่งในสามของประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (อีก 2 ประเทศ คือ ราชอาณาจักรโมร็อกโก และราชอาณาจักรสวาซิแลนด์) เดิมประเทศเลโซโทมีชื่อว่า บาซูทู (Basutho) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1818 โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดี Moshoeshoe I เป็นผู้ปกครอง ต่อมา ชนเผ่าซูลู และคนผิวขาวเข้าไปตั้งหลักแหล่งในประเทศ และถูกแอฟริกาใต้รุกราน ประเทศบาซูทูขอรับความคุ้มครองจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร และมีฐานะเป็นรัฐในปกครองของสหราชอาณาจักร (British protectorate of Basutholand) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1868 ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ.1966 ได้ประกาศเอกราชและเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นเลโซโท
การเมืองการปกครอง

1. การเมืองการปกครอง
ตั้งแต่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร เลโซโทเผชิญกับสภาวะความไม่สงบและความวุ่นวายทางการเมืองอันเนื่องมาจากการแย่งชิงอำนาจปกครองประเทศของกลุ่มชนชั้นนำอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการเลือกตั้งทั่วไปเป็นระยะ แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่มีเสถียรภาพได้ ฝ่ายที่แพ้การเลือกตั้งไม่ยอมรับการปกครองของฝ่ายที่ชนะการเลือกตั้ง มีการชุมนุมประท้วง และกองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างชัดเจน การแย่งชิงอำนาจที่สำคัญได้แก่ การแย่งชิงอำนาจระหว่างสมเด็จพระราชาธิบดี Mashoeshoe II กับ Chief Leabua Jonathan หัวหน้าพรรค Basutholand National Party (BNP)

เหตุการณ์ลุกลามบานปลายเมื่อเลโซโทมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 23 พฤษภาคม 2541 (ค.ศ. 1998) ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า พรรค Lesotho Congress for Democracy - LCD ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเดิม ได้ที่นั่ง 79 ที่นั่งจาก 80 ที่นั่ง แต่พรรคฝ่ายค้านได้ประท้วงผลการเลือกตั้ง และระดมประชาชนชุมนุมประท้วงผลการเลือกตั้ง การชุมนุมยืดเยื้อจนกระทั่งรัฐบาลเลโซโทไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้เมื่อกลุ่มนายทหารหนุ่มที่สนับสนุนพรรคฝ่ายค้านได้พยายามยึดอำนาจในเดือนสิงหาคม 2541 รัฐบาลจึงตัดสินใจขอรับความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิกประชาคมเพื่อการพัฒนาแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community – SADC) แอฟริกาใต้และบอตสวานาได้ส่งกองกำลังทหารจำนวน 3,500 คน เข้าไปควบคุมสถานการณ์ในเลโซโท และผู้แทนจากประเทศสมาชิก SADC ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมเจรจากับพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านของเลโซโทเพื่อหาข้อยุติความขัดแย้งทางการเมือง ต่อมาในวันที่ 3 ตุลาคม 2541 พรรครัฐบาลและฝ่ายค้านของเลโซโทได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ภายใน 15-18 เดือน และขอให้ทุกฝ่ายยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งต่อไป หลังจากนั้น ได้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเลโซโทเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 2002 ซึ่งพรรค LCD ได้รับชัยชนะ ได้ที่นั่งในสภาทั้งหมด 77 ที่นั่ง จากที่นั่งทั้งหมด 120 ที่นั่ง และได้รับสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล นาย Bethuel Pakalitha Mosisili หัวหน้าพรรคได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นวาระที่ 2 และดำรงตำแหน่งจนครบวาระ 5 ปี

เลโซโทมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 6 ของประเทศ พรรค LCD ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลนำโดยนาย Mosisili ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ได้ที่นั่ง 61 ที่นั่ง จาก 79 ที่นั่ง และนาย Mosisili สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้เป็นสมัยที่ 3 การเลือกตั้งดังกล่าวใช้ระบบที่เรียกว่า Mixed Member Proportional Model (MMP) ที่ยึดตามแนวทางของนิวซีแลนด์ ส่งผลให้รัฐสภาเลโซโทมีผู้แทนที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น การเลือกตั้งดังกล่าวได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่ามีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมและปราศจากซึ่งความรุนแรงใดๆ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทั้งหมดได้เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญานเพื่อเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ.2007

ปัจจุบันเลโซโทได้ประกาศวิสัยทัศน์ของประเทศ คือ ภายในปี ค.ศ. 2020 เลโซโทต้องการจะเป็นประเทศที่มีระบอบประชาธิปไตยมั่นคง สามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความเจริญรุ่งเรือง อยู่อย่างสงบสุขทั้งภายในประเทศและกับประเทศเพื่อนบ้าน มีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจของประเทศที่เข้มแข็ง การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพและมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยี

2. เศรษฐกิจและสังคม
เศรษฐกิจของเลโซโทขึ้นอยู่กับการเกษตรแบบยังชีพ การเลี้ยงสัตว์ และอุตสาหกรรมขนาดเล็ก เช่น สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม การแปรรูปอาหาร และการก่อสร้าง รัฐบาลเลโซโทมีนโยบายการค้าแบบเสรีและส่งเสริมการลงทุน รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมากกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การพัฒนาภาคเอกชนและอุตสาหกรรมภายในประเทศ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจของเลโซโทขึ้นอยู่กับพลวัตรทางการเมืองและเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้เป็นอย่างมาก รวมถึงกลุ่มประเทศสมาชิกประชาคมเพื่อการพัฒนาของภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC) ด้วย ทั้งนี้ เลโซโทเป็นประเทศที่มีอัตราผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก

3. นโยบายต่างประเทศ
ความสัมพันธ์กับต่างประเทศที่สำคัญที่สุดของเลโซโท คือ ความสัมพันธ์กับแอฟริกาใต้ ในช่วงทศวรรษที่ 60-80 ความสัมพันธ์ระหว่างเลโซโทกับแอฟริกาใต้ค่อนข้างตึงเครียดเนื่องจากปัญหาบริเวณชายแดน ต่อมาทั้งสองฝ่ายได้หันมาใช้นโยบายพัฒนาประเทศเพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน โดยตกลงจัดทำโครงการ Highlands Water Project (HWP) สร้างเขื่อนและอุโมงค์ส่งน้ำจากเลโซโทไปแอฟริกาใต้ ใช้เวลาดำเนินการทั้งสิ้น 30 ปี แบ่งขั้นตอนดำเนินการออกเป็น 5 ระยะ เริ่มดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ ค.ศ 1986 ซึ่งรัฐบาลเลโซโทได้เชิญชวนนักลงทุนต่างชาติและบริษัทก่อสร้างทั่วโลกมาประมูลโครงการนี้ ภายใต้โครงการดังกล่าว เลโซโทจะขายน้ำให้แอฟริกาใต้ โดยได้ผลตอบแทนประมาณ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และโครงการนี้จะช่วยให้ชาวเลโซโทมีงานทำประมาณ 10,000 คน

รัฐบาลเลโซโทสนับสนุนการปฏิรูปสหประชาชาติ และการดำเนินการตามโครงการความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจเพื่อการพัฒนาแอฟริกา (New Economic Partnership for Africa‘s Development - NEPAD) เพื่อเป็นกลไกในการแก้ปัญหาของประเทศในแอฟริกา นอกจากนี้ รัฐบาลเลโซโทยังสนับสนุนความร่วมมือเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย รวมทั้งยังสนับสนุนให้ประชาคมโลกร่วมมือกันในการแก้ปัญหาโรคร้ายแรงต่างๆ โดยเฉพาะโรคเอดส์ ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายประเทศในภูมิภาคแอฟริกาประสบอยู่ในปัจจุบัน
เศรษฐกิจการค้า

ข้อมูลเศรษฐกิจ/การค้า

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2551)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 709 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2550)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 6.8
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรเลโซโท


1. ด้านการทูต
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเลโซโทเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2532 (ค.ศ. 1989) โดยไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย มีเขตอาณาครอบคลุมเลโซโท ส่วนเลโซโทได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตเลโซโทประจำประเทศจีน มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย และแต่งตั้ง 
นายรณพงษ์ คำนวณทิพย์ เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์เลโซโทประจำไทย

2. ด้านการเมือง
ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เลโซโท ราบรื่น ไม่มีปัญหาระหว่างกัน และเลโซโทให้การสนับสนุนไทยมาโดยตลอดในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ

3. ด้านเศรษฐกิจ
การค้าระหว่างไทยและเลโซโทมีน้อย ในปี 2551 ไทยและเลโซโทมีมูลค่าการค้ารวม 0.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 0.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไม่มีการนำเข้าจากเลโซโท ไทยได้ดุลการค้า 0.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่าการค้าลดลงจากปี 2550 ซึ่งมีมูลค่าการค้ารวม 0.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 0.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 0.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าออกของไทยไปเลโซโท ได้แก่ ผ้าผืน ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องกีฬาและเครื่องเล่นเกมส์

อุปสรรคของความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยและเลโซโทที่สำคัญคือ การขาดข้อมูลด้านการค้า การลงทุนและกฎระเบียบที่รัฐบาลมีต่อนักลงทุน ประกอบกับความไม่คุ้นเคยระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่มั่นใจที่ทั้งสองฝ่ายจะดำเนินธุรกิจหรือลงทุนร่วมกัน

4. ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา
ไทยให้ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญแก่เลโซโทมาโดยตลอด และให้ทุนฝึกอบรมและดูงานในหลักสูตรต่างๆ อาทิ Integrated Watershed Management; Tourism Management; Prevention, Resuscitation and Rehabilitation in Traumatic Injury;
A Nursing Perspective; Sufficiency Economy และ Grassroots Economic Development with One Tambon One Product (OTOP)

ไทยมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดกับเลโซโท โดยเฉพาะในด้านความร่วมมือทางวิชาการตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงและการเกษตรทฤษฎีใหม่ โครงการหลัก คือ โครงการความร่วมมือทางวิชาการด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2548 (2005) โดยผู้เชี่ยวชาญจากเลโซโทเดินทางมาเข้ารับการฝึกอบรมและดูงานด้านการเกษตรในไทย และไทยได้ส่งผู้เชี่ยวชาญไปจัดสร้างแปลงเกษตรสาธิตเพื่อทดลองปลูกหญ้าแฝกและกล้าไผ่ที่นำไปจากไทย บนพื้นที่ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระราชินีแห่งเลโซโทจำนวน 37.5 ไร่ และได้ก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการถาวรเผยแพร่การเกษตรตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสำนักงานและศูนย์ฝึกอบรมของโครงการฯ ผลการดำเนินงานของโครงการเป็นไปด้วยดี และจะมีการขยายผลไปยังพื้นที่การเกษตรอื่นๆต่อไป

5. ความตกลงที่สำคัญกับประเทศไทย
ยังไม่มีการทำความตกลงระหว่างกัน

6. การเยือนของผู้นำระดับสูง
ฝ่ายไทย
- ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศเดินทาง
เยือนเลโซโท เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2548 และได้เข้าพบรองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรีเลโซโท เพื่อมอบหนังสือกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระราชาธิบดีและพระชายาแห่งเลโซโทเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 12-13 มิถุนายน 2549 และในโอกาสนี้ ได้เข้าพบนาย Mabotse Lerotholi ราชเลขาธิการในสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเลโซโทด้วย

ฝ่ายเลโซโท
- นาย Lesao Lehohla รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของ
เลโซโทเยือนไทย เมื่อวันที่ 22-27 มีนาคม 2547 เพื่อเข้าร่วมโครงการดูงานด้านการศึกษาของไทยและมาเลเซีย ซึ่งจัดโดย UNESCO และกระทรวงศึกษาธิการ

- นาย Mabotse Lerotholi ราชเลขาธิการในสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเลโซโท เดินทาง
เยือนไทย เมื่อวันที่ 23-25 เมษายน 2549 เพื่อเข้าร่วมการประชุมเตรียมการคณะล่วงหน้า ในโอกาสที่สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 และพระชายาจะเสด็จฯ เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

- สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 และพระชายา เสด็จฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็น
ทางการตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลไทย ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯ เยือนจังหวัดเชียงใหม่เป็นการส่วนพระองค์ภายหลังงานพระราชพิธี และได้เสด็จฯ เยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ ภายหลังการเสด็จฯ เยือนไทย ฝ่ายเลโซโทได้แสดงความประสงค์ที่จะขอให้ไทยส่งบุคลากรไปให้การฝึกอบรมการทอผ้าขนสัตว์ที่เลโซโท

 

 


 

 

ช่องทางรับโปรโมชั่น พิเศษ!!


 

VISITOR

 สถิติวันนี้

961 คน

 สถิติเมื่อวาน

2443 คน

 สถิติเดือนนี้

สถิติปีนี้

สถิติทั้งหมด

43833 คน

325195 คน

3289078 คน

เริ่มเมื่อ 2012-06-11



   

     TOURISM AUTHORITY OF THAILAND
   LICENSE NO. 11/06794

 © 2011 Tourinloveallway  All rights reserved.


📞 02-174-2214-5 , 02-1742346-7
📱  088-886-0049 , 091-797-6745 , 088-449-2534
💬 line: @tourinlove
   facebook: http://www.facebook.com/ILoveTourInLove/
 follow us official