สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย
United Republic of Tanzania
 
ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย ประกอบด้วย 2 สาธารณรัฐ คือ แทนกานยิกา(Tanganyika) และแซนซิบาร์ (Zanzibar) สาธารณรัฐแทนกานยิกาตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกาอาณาเขตทางด้านเหนือและตะวันออกติดกับเคนยาและยูกันดา รวมทั้งทะเลสาบวิคตอเรีย ทิศตะวันตกติดกับรวันดา บุรุนดีสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (เดิมคือซาอีร์) และทะเลสาบแทนกานยิกา ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับแซมเบียและมาลาวี และทะเลสาบมาลาวี ทิศใต้ติดกับโมซัมบิกทางเหนือมีภูเขาคิลิมันจาโร (Kilimanjaro) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงสุดในทวีปแอฟริกา สาธารณรัฐแซนซิบาร์ ประกอบด้วยเกาะแซนซิบาร์และเกาะเพมบา (Pemba) อยู่ห่างจากชายฝั่งของแทนกานยิกา ประมาณ 40 กิโลเมตร

พื้นที่ 945,087 ตารางกิโลเมตร

ภูมิอากาศ ร้อนชื้น
พ.ย. - พ.ค. เป็นช่วงฤดูฝน อุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส
มิ.ย. - ต.ค. อากาศเย็น อุณหภูมิประมาณ 23 องศาเซลเซียส

ประชากร 42.5 ล้านคน (2551)

เมืองหลวง กรุงโดโดมา (Dodoma) เป็นที่ตั้งของรัฐบาล ในขณะที่นคร
ดาร์ เอส ซาลาม (Dar es Salaam) เป็นเมืองสำคัญที่สุดในประเทศ

เมืองสำคัญอื่นๆ Zanzibar (ประชากร 270,000 คน) Mwanza (480,000 คน) Tanga (460,000 คน) Arusha (250,000 คน)

ภาษาราชการ อังกฤษและ Swahili เป็นภาษาราชการและใช้กันทั่วไปในประเทศ

ศาสนา คริสต์ ร้อยละ 45 อิสลาม ร้อยละ 35 และความเชื่อดั้งเดิม ร้อยละ 20 สำหรับแซนซิบาร์ ร้อยละ 99 นับถือศาสนาอิสลาม

วันชาติ : 26 เมษายน 2507 (เป็นวันที่แทนกานยิกาและแซนซิบาร์ รวมเข้าเป็นสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย)

ระบบการปกครอง ปกครองในระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตย
ประธานาธิบดี Mr. Jakaya Mrisho Kikwete

นายกรัฐมนตรี Mr. Mizengo Kayanza Peter Pinda

รัฐมนตรีต่างประเทศ Mr. Bernard Kamillius Membe


การเมืองการปกครอง
1.ประวัติศาสตร์ดดยสังเขป
แทนกานยิกาเป็นอาณานิคมของเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2428 – 2459 (ค.ศ. 1885 – 1916)ต่อมาเข้าเป็นดินแดนในอาณัติของสันนิบาตชาติจนถึงปี 2489 (ค.ศ. 1946) และอยู่ในอารักขาของสหประชาชาติจนถึงปี 2504 (ค.ศ. 1961) โดยทั้งสันนิบาตชาติและสหประชาชาติให้อังกฤษดูแลจนแทนกานยิกาได้รับเอกราชสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2504 (ค.ศ. 1961) โดยมี Dr. Julius Nyerere ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้น แทนกานยิกามีสถานะเป็นสาธารณรัฐภายใต้เครือจักรภพอังกฤษ และ Dr. Nyerere ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
แซนซิบาร์เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแทนกานยิกา โดยมีลักษณะเป็นรัฐสุลต่านภายใต้การอารักขาของอังกฤษ และได้รับเอกราชสมบูรณ์เมื่อ 10 ธันวาคม 2506 (ค.ศ. 1963) แต่หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2507 (ค.ศ. 1964) ระบบสุลต่านได้ถูกโค่นล้มโดยการปฏิวัติ ทำให้เกิดการขับไล่ชาวตะวันตกออกนอกประเทศ และสังหารชาวอาหรับนับพันคน
จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2507 (ค.ศ. 1964) แทนกานยิกาและแซนซิบาร์ได้ตกลงรวมตัวกัน และจัดตั้งรัฐใหม่ ใช้ชื่อว่าสหสาธารณรัฐแทนซาเนียเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม โดยแซนซิบาร์มีสถานะเป็นเขตพิเศษกึ่งปกครองตนเอง และมีคณะรัฐบาลบริหารกิจการภายในด้านต่าง ๆ ของตนเองเรียกว่า Revolutionary Council of Zanzibar

2. นโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบัน
2.1 การเมืองการปกครอง
- แทนซาเนียปกครองในระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยโดยแบ่งการปกครองออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้รับการแก้ไขปรับปรุงครั้งสำคัญ 2 ครั้ง ในปี 2527 และ ปี 2537
- ฝ่ายบริหาร ประกอบด้วยประธานาธิบดี รองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรี โดประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ ผู้นำรัฐบาล และผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีวาระดำรงตำแหน่ง คราวละ 5 ปี นาย Jakaya Kikwete ซึ่งมาจากพรรค Chama Cha Mapinduzi (CCM) ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่เดือนธันวาคม 2548 ทั้งนี้ หากประธานาธิบดีมาจากแซนซิบาร์ รองประธานาธิบดีต้องมาจากแทนกานยิกา ในทางกลับกันหากประธานาธิบดีมาจากแทนกานยิกา รองประธานาธิบดีต้องมาจากแซนซิบาร์
- ฝ่ายนิติบัญญัติ ระบบรัฐสภาของแทนซาเนียเป็นระบบสภาเดียว เรียกว่า Bunge มีสมาชิกรัฐสภา จำนวน 295 คน โดยสมาชิกรัฐสภามาจากการเลือกตั้งจำนวน 232 คน จัดสรรให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแซนซิบาร์ 5 คน ส่วนที่เหลือเป็นบุคคลที่เสนอโดยประธานาธิบดี สำหรับแซนซิบาร์มีรัฐสภาเป็นของตนเองเพื่อออกกฎหมายในการปกครอง โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 50 คน จากการเลือกตั้งโดยตรงของชาวแซนซิบาร์ และมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี
- ฝ่ายตุลาการ ประกอบด้วยศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลสูง ผู้พิพากษาจะต้องได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี
- รัฐธรรมนูญกำหนดให้สาธารณรัฐแซนซิบาร์เป็นอิสระในการบริหารกิจการแซนซิบาร์ทุกประการ ยกเว้นด้านการต่างประเทศ การป้องกันประเทศ การศาล การราชทัณฑ์ และกิจการตำรวจ
- การปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 25 เขต ได้แก่ Arusha, Dar es Salaam, Dodoma, Iringa, Kigoma, Kilimanjaro, Lindi, Mara, Mbeya, Morogoro, Mtwara, Mwanza, Pemba North, Pemba South, Pwani, Rukwa, Ruvuma, Shinyanga, Singida, Tabora, Tanga, Zanzibar Central/South, Zanzibar North, Zanzibar Urban/West, Ziwa Magharibi
- แทนซาเนียเริ่มมีระบอบการปกครองเป็นแบบระบบหลายพรรคตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2535 หลังจากปกครองโดยระบบพรรคการเมืองเดียวมากว่า 27 ปี และมีการเลือกตั้งทั่วไปแบบหลายพรรคครั้งแรกในปี 2538
- ประธานาธิบดี Kikwete ได้สร้างฐานอำนาจของตนภายในพรรครัฐบาลให้เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ และกำหนดแนวนโยบายแบบประชาชนนิยม โดยเฉพาะการต่อต้านการทุจริต การปฏิรูประบบเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ต่างมองว่า นาย Kikwete ยังไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเมืองมากเพียงพอที่จะดำเนินนโยบายที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างขวาง ในปัจจุบันจึงยังดำเนินการปฏิรูปต่างๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไปและระมัดระวัง (“will not be rushed into making changes for the sake of change”)
- ผลการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด เมื่อเดือนธันวาคม 2548 พรรค CCM ของนาย Kikwete ได้รับชัยชนะอย่างขาดลอย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า พรรค CCM ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งส่งผลดีต่อนาย Kikwete ที่จะสามารถวางแผนการดำเนินนโยบายต่างๆ ได้ดีในระยะยาว

2.2 นโยบายเศรษฐกิจและสังคม
- การค้าระหว่างไทยและแทนซาเนียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2551 มีมูลค่าการค้ารวม 133.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกไปแทนซาเนียมูลค่ารวม 108.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยนำเข้าจากแทนซาเนียรวม 25.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 82.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- สินค้าออกของไทยที่สำคัญไปแทนซาเนีย ได้แก่ เม็ดพลาสติก เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์พลาสติก ผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล้กกล้า หม้อแบตเตอรี่และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
- สินค้าเข้าที่สำคัญของไทยจากแทนซาเนีย ได้แก่ ด้ายและเส้นใย สินแร่โลหะอื่น เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ ไม้ซุงไม้แปรรูป
- แทนซาเนียมีศักยภาพเป็นตลาดที่สำคัญของไทย เพราะนอกจากเศรษฐกิจภายในประเทศจะมีอัตราการเติบโตที่น่าพอใจแล้วยังมีเสถียรภาพ และแทนซาเนียยังเป็นสมาชิกประชาคมแอฟริกาตะวันออก (East African Community – EAC) ซึ่งได้จัดตั้งสหภาพศุลกากรแล้ว โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2549 ทำให้แทนซาเนียสามารถเป็นจุดกระจายสินค้าที่สำคัญของไทยในภูมิภาคได้ด้วย
- รัฐบาลแทนซาเนียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว และได้ตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้แทนซาเนียยังเป็นสมาชิก International Centre for Settlement of Investment Dispute (ICSID) และ Multilateral Investment Guarantee Agency (MIGA) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับประกับการลงทุนจากต่างชาติ โดยจะไม่มีการยึดทรัพย์สินต่างชาติเป็นของรัฐ
- สาขาที่มีศักยภาพในการเข้าไปลงทุน ประกอบด้วย
(1) การท่องเที่ยว เนื่องจากแทนซาเนียมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างทั่วถึง ดังนั้น รัฐบาลแทนซาเนียจึงต้องการส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
(2) เกษตรกรรม - แทนซาเนียยังไม่สามารถผลิตสินค้าทางการเกษตรได้อย่างเพียงพอกับความต้องการของประชากรภายในประเทศ โดยเฉพาะ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ดังนั้น จึงต้องการการลงทุนจากต่างชาติทางด้านเกษตรกรรม การประมง ตลอดจนการแปรูรูปผลผลิตทางการเกษตรต่างๆ
(3) ธุรกิจ/การลงทุนด้านอัญมณี - แทนซาเนียเป็นแหล่งอัญมณีที่สำคัญ โดยเฉพาะแทนซา-ไนท์ พลอย เพชร แต่แทนซาเนียยังขาดแคลนเทคโนโลยีในการเจียระไนเพชรพลอย รัฐบาลจึงต้องการส่งเสริมการลงทุนในด้านนี้ ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเจียระไนให้แก่ชาวแทนซาเนีย ทั้งนี้ เริ่มมีนักธุรกิจไทยลงทุนด้านการทำเหมืองและการเจียระไนในแทนซาเนียแล้ว
(4) การก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐานและวัสดุก่อสร้าง - รัฐบาลแทนซาเนียมีนโยบายพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในทุกด้าน อาทิ ถนน ประปา ทางรถไฟ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนจากภาคเอกชน นอกจากนี้ ไทยมีภาคเอกชนที่มีศักยภาพในด้านการผลิตวัสดุก่อสร้าง อาทิ ปูนซีเมนต์ ทั้งนี้ บริษัทสยามซีเมนต์ไทยเปิดสำนักงานในประเทศแทนซาเนีย เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายและศูนย์ดูแลลูกค้าในภูมิภาคแอฟริกา

2.3 นโยบายต่างประเทศ
- แทนซาเนียเป็นประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด นาย Julius Nyerere ประธานาธิบดีคนแรกภายหลังประกาศเอกราชเป็นผู้ก่อตั้งสำคัญคนหนึ่งของกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Non-Aligned Movement – NAM) รัฐบาลแทนซาเนียมีนโยบายเป็นกลาง เป็นมิตรกับทั้งประเทศเจ้าของอาณานิคมเดิม (สหราชอาณาจักรและเยอรมนี) ประเทศที่มีนโยบายสังคมนิยม (กลุ่มสแกนดิเนเวียและจีน) รวมทั้งประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือรายใหญ่ (สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น) แทนซาเนียเป็นประเทศที่ผู้ให้ความช่วยเหลือเห็นว่ามีพัฒนาการดี และเป็นผู้รับรายใหญ่ของเงินทุนเพื่อการพัฒนา
- แทนซาเนียมีนโยบายเป็นมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนส่งเสริมและกระชับความร่วมมือในระดับภูมิภาค และเป็นสมาชิกองค์กรสหภาพแอฟริกา (African Union – AU) EAC นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกับเคนยาและยูกันดา โดยเป็นประเทศร่วมก่อตั้งประชาคมแอฟริกาตะวันออก (East African Community – EAC) แทนซาเนียยังเป็นสมาชิกประชาคมเพื่อการพัฒนาแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community – SADC) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญกับแอฟริกาใต้และประเทศอื่นๆ ทางตอนใต้ของทวีป
- ปัจจุบัน แทนซาเนียมีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น และให้ความสำคัญกับประเด็น/ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทวีปแอฟริกาและภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ได้แก่ ภาวะการขาดแคลนอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาเกษตรกรรม ปัญหาจากการว่างงานที่ส่งผลให้เยาวชนหันไปเข้าร่วมกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ปัญหาภาวะโลกร้อน การแพร่ระบาดของโรคมาลาเรีย การรักษาสุขภาพแม่และเด็ก และการพัฒนาประเทศเพื่อบรลุเป้าหมายแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals: MDGs) ของสหประชาชาติ
- ข้อห่วงกังวลด้านการต่างประเทศในปัจจุบันคือ ปัญหาผู้อพยพจากสงครามในประเทศเพื่อนบ้าน (รวันดา บุรุนดี และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก) และปัญหาเกี่ยวกับการลักลอบขนยาเสพติด เนื่องจากเป็นประเทศทางผ่านเพื่อต่อไปยังประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออก

เศรษฐกิจการค้า
ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า ปี 2551

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 20.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทย 273.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
รายได้ประชาชาติต่อหัว 360 ดอลลาร์สหรัฐ (ไทย 3,724 ดอลลาร์สหรัฐ)
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 7.1 (ไทย ร้อยละ 2.6)
อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 13.5 (ไทย ร้อยละ 5.5)
อัตราการว่างงาน ไม่ปรากฏข้อมูล (ไทย ร้อยละ 1.4)
เงินทุนสำรอง 2.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทย 131.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
อุตสาหกรรมที่สำคัญ แปรรูปสินค้าเกษตร (น้ำตาล เบียร์ บุหรี่ สายป่านจากพืช) เหมืองเพชร ทอง และเหล็ก ถ่านหิน เกลือ โซดาไฟ ซีเมนต์ การกลั่นน้ำมัน รองเท้า เสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์จากไม้ ปุ๋ย
ดุลการค้ากับไทย ปี 2551 ไทยและแทนซาเนียมีมูลค่าการค้า 133.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 108.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยนำเข้า 25.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 82.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออกที่สำคัญของแทนซาเนีย ทอง กาแฟ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ สินค้าอุตสาหกรรม ฝ้าย
สินค้านำเข้าที่สำคัญของแทนซาเนีย สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง วัตถุดิบ ในอุตสาหกรรม น้ำมันดิบ เชื้อเพลิง อุปกรณ์การผลิต อาหาร
ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ (สถิติปี 2551) แทนซาเนียส่งออกไป อินเดีย 10.1% จีน 7.2% ญี่ปุ่น 6.4% สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 5.6% เนเธอร์แลนด์ 5.4% เยอรมนี 5%
แทนซาเนียนำเข้าจาก จีน 14.5% แอฟริกาใต้ 7.3% เคนยา 7.2% อินเดีย 6.3% สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 6.1%
หน่วยเงินตรา แทนซาเนีย ชิลลิ่ง (Tanzania Shillings )
อัตราแลกเปลี่ยน 1,321.50 TZS ประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 บาท ประมาณ 39.80 TZS (พฤศจิกายน 2552)

ภาพรวมเศรษฐกิจโดยรวม
- ช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 รัฐบาลเริ่มต้นการกระตุ้นการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่มีประสิทธิภาพต่ำให้ภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการแทน โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก IMF และ World Bank ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจมีความเป็นเสรีมากขึ้น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้นเรื่อยๆ และมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อยๆ

- ปัจจุบันแทนซาเนียวางนโยบายเศรษฐกิจภายใต้กรอบ Poverty Reduction and Growth Facility (PRGF) ของ IMF นอกจากนี้ แทนซาเนียอยู่ในกลุ่มประเทศ Heavily Indebted Poor Countries (HIPC) ของ IMF และธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งได้รับประโยชน์จากเงินทุนเพื่อการช่วยเหลือและการยกเลิกหนี้ โดยเฉพาะจากการปฏิญาณของกลุ่มประเทศ G8

- แทนซาเนียพึ่งพารายได้จากการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ กว่า 2 ใน 3 ของแรงงานทั้งหมดอยู่ในภาคเกษตรกรรม ผลผลิตทางการเกษตรมีมูลค่ากว่าร้อยละ 46 ของ GDP (ปี 2548) สินค้าออกของประเทศและการจ้างงานภายในประเทศร้อยละ 90 มาจากภาคการเกษตร ผลผลิตที่สำคัญ ได้แก่ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ กาแฟ ชา และฝ้าย ส่วนแซนซิบาร์เป็นแหล่งผลิตกานพลู จำนวน 2 ใน 3 ของความต้องการในตลาดโลก ปัญหาทางเศรษฐกิจของแทนซาเนีย คือ ความผันผวนของราคาพืชผลในตลาดโลก และภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างฉับพลัน เช่น ปรากฏการณ์ El Ni?o และ La Ni?a การผลิตที่ล้าหลังและการขนส่ง รวมทั้งภาวะความแห้งแล้งที่มีมาตั้งแต่ต้นปี 2548

- นอกจากนี้ รัฐบาลเห็นความจำเป็นของการกระจายฐานการผลิตสู่ภาคอุตสาหกรรม และดำเนินนโยบายเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศแต่การพัฒนาอุตสาหกรรมในแทนซาเนียยังล้าหลัง เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและพลังงาน โดยทั่วไปเป็นอุตสาหกรรมในท้องถิ่น และอุตสาหกรรมทดแทนการนำเข้า โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นของรัฐ และเป็นการผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศ

- แทนซาเนียมีทรัพยากรธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญ ได้แก่ อัญมณี ทอง นิเกล ผลผลิตจากการทำเหมืองเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวระหว่างปี 2536 – 2547 (จากร้อยละ 1.5 ของ GDP เป็นร้อยละ 3 ของ GDP) รายได้ส่วนใหญ่มาจากเหมืองเพชรและทองคำ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ : ประมาณ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2549)
อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ : ร้อยละ 5.8 (ปี 2549)
รายได้ประชากรต่อหัว : ประมาณ 2992 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2549)

สกุลเงิน : Tanzanian Shilling (TZS) = 100 cents
อัตราแลกเปลี่ยน : 1,251.9 TZS = 1 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2549) หรือ
1 บาทเท่ากับประมาณ 36 TZS

อุตสาหกรรมสำคัญ : ส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร อาทิ โรงงานผลิตอ้อย โรงงานเบียร์ ยาสูบ เหมืองเพชรและทองคำ อุตสาหกรรมกลั่นน้ำมัน ซีเมนต์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ปุ๋ยและเกลือ

ผลผลิตทางการเกษตร : กาแฟ ชา ฝ้าย ยาสูบ ข้าวโพด ข้าวสาลี สาคู กล้วย ผักและผลไม้ วัว แกะและแพะ

ประเทศที่แทนซาเนียส่งสินค้าออกสำคัญ : แคนาดา อินเดีย เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น
ประเทศที่แทนซาเนียนำเข้าสินค้าสำคัญ : แอฟริกาใต้ จีน อินเดีย UAE

สินค้าออกสำคัญ : สินค้าออกหลักของแทนซาเนียคือ ทองคำ และผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ กาแฟ ฝ้าย ชา ป่านไซซาล กานพลู เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และยาสูบ

สินค้าเข้าสำคัญ : สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องกลและอุปกรณ์การขนส่ง วัตถุดิบ และน้ำมันดิบ
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย
1.ความสัมพันธ์ด้านการเมือง
ด้านการทูต
- ไทยและแทนซาเนียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2523 และคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2527 ให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบีมีเขตอาณาครอบคลุมถึงแทนซาเนีย และแทนซาเนียได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตแทนซาเนีย ณ กรุงปักกิ่งมีเขตอาณาครอบคลุมไทย (เอกอัครราชทูตแทนซาเนียประจำไทยคนแรกถวายสาส์นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2529) และเมื่อเดือนตุลาคม 2552 แทนซาเนียได้เปลี่ยนให้สถานเอกอัครราชทูตแทนซาเนีย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์มีเขตอาณาครอบคลุมไทยแทน
ด้านการเมือง
- ไทยและแทนซาเนียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด โดยเฉพาะมีรากฐานความสัมพันธ์ที่ดีด้านความร่วมมือทางวิชาการที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์โดยรวม
- ไทยเริ่มให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่แทนซาเนียตั้งแต่ปี 2529 โดยจัดฝึกอบรมด้านการศึกษาและการจัดระบบสาธารณูปโภคตามคำขอของ UNESCO และ International Civil Aviation Organization (ICAO) ในลักษณะ Third Country Training Programme ให้ทุนฝึกอบรมทางวิชาการแก่แทนซาเนียในสาขาต่างๆ ปีละ 1-2 ทุนอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้แทนซาเนียเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายภายใต้ความร่วมมือไตรภาคี ไทย-ญี่ปุ่น- แอฟริกา ในสาขาเกษตรและสาธารณสุข
- สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (สพร.) ให้ทุนฝึกอบรมทางวิชาการแก่แทนซาเนียในสาขาต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ
- ไทยและแทนซาเนียริเริ่มความร่วมมือด้านการแพทย์เมื่อปี 2545 ผู้เชี่ยวชาญชาวไทย (ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ อดีตผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม) ได้ให้ความช่วยเหลือแทนซาเนียในด้านการผลิตยาป้องกันไข้มาลาเรีย ชื่อ Thaitanzunate และยาต้านเอดส์ (Anti Retro-viral drugs – ARVs) โดยการสนับสนุนขององค์กร Action Medeor ของเยอรมนี และต่อมา กระทรวงการต่างประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการเพิ่มเติม โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัท Tanzanian Pharmaceutical Organization (TPO) และบริษัทเบอร์ลินฟาร์มาซูติคัลอินดัสตรี จำกัด ยา Thaitanzunate ประสบความ สำเร็จมากในการแก้ปัญหาไข้มาลาเรียในแทนซาเนีย เป็นการช่วยให้ประชาชนทั่วไปที่ยากจนและบรรเทาปัญหาสำคัญและเร่งด่วนของประเทศ

2.วามตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
- ไทยและแทนซาเนียได้ลงนามความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2549 และยังอยู่ระหว่างการพิจารณา 3 ฉบับ ได้แก่ ความตกลงด้านการค้า ความตกลงการแลกเปลี่ยนนักโทษ ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี

3.การเยือนที่สำคัญ
ฝ่ายไทย
(1) พระราชวงศ์
- เดือนกันยายน 2537 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จฯ เยือนแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ

- เดือนมีนาคม 2546 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เยือนแทนซาเนียตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ UNHCR เพื่อทอดพระเนตรโครงการของ Refugee Education Trust ที่เมือง Kigoma
(2) รัฐบาล
- เดือนมีนาคม 2536 นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ
- วันที่ 24 - 26 สิงหาคม 2549 นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี เยือนแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ
ฝ่ายแทนซาเนีย
- เดือนมีนาคม 2531 นาย Julius Nyerere อดีตประธานาธิบดีแทนซาเนียในฐานะประธาน South Commission เดินทางเยือนไทยและเข้าพบหารือกับรองนายกรัฐมนตรี (นายพงษ์ สารสิน) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- เดือนมีนาคม 2537 นาย Joseph F. Mbwiliza รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำ พลังงาน และเหมืองแร่แทนซาเนีย เดินทางเยือนไทยอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมงานนิทรรศการ Bangkok Gems and Jewelry Fair ตามคำเชิญของกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าเยี่ยมคารวะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ)
- วันที่ 15 – 18 ตุลาคม 2541 นาย Frederick T. Sumaye นายกรัฐมนตรีแทนซาเนียเยือนไทย
- วันที่ 1 – 4 กันยายน 2549 นาย Edward Lowassa นายกรัฐมนตรีแทนซาเนียเยือนไทย

 


 


 

 

ช่องทางรับโปรโมชั่น พิเศษ!!


 

VISITOR

 สถิติวันนี้

2397 คน

 สถิติเมื่อวาน

1458 คน

 สถิติเดือนนี้

สถิติปีนี้

สถิติทั้งหมด

40227 คน

321589 คน

3285472 คน

เริ่มเมื่อ 2012-06-11



   

     TOURISM AUTHORITY OF THAILAND
   LICENSE NO. 11/06794

 © 2011 Tourinloveallway  All rights reserved.


📞 02-174-2214-5 , 02-1742346-7
📱  088-886-0049 , 091-797-6745 , 088-449-2534
📩  [email protected]ail.com
💬 line: @tourinlove
   facebook: http://www.facebook.com/ILoveTourInLove/
 follow us official