สาธารณรัฐโมซัมบิก
Republic of Mozambique
 
ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ทางชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา พรมแดนทิศเหนือติดกับแทนซาเนีย ทิศใต้ติดกับแอฟริกาใต้ ทิศตะวันออกติดกับมหาสมุทรอินเดีย ทิศตะวันตกติดกับมาลาวี
ซิมบับเว แซมเบีย สวาซิแลนด์

พื้นที่ 801,590 ตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง กรุงมาปูโต (Maputo)

ประชากร 22.4 ล้านคน (ปี 2551)

ภูมิอากาศ ร้อนชื้น เดือนที่มีอากาศร้อนที่สุดคือเดือนมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ย 22-31 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอากาศเย็นที่สุดคือเดือนมิถุนายน อุณหภูมิเฉลี่ย 13-24 องศาเซลเซียส

ภาษาราชการ ภาษาโปรตุเกส

ศาสนา คริสต์ร้อยละ 23.8 อิสลามร้อยละ 17.8 คริสต์นิกายซิโอนิสต์ ร้อยละ 17.5 อื่นๆ ร้อยละ 17.8 และไม่นับถือศาสนาร้อยละ 23.1

หน่วยเงินตรา Mozambique Meticais (MZN) อัตราแลกเปลี่ยน 1 MZN ประมาณ 1.21 บาท (ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2552)

ระบอบการปกครอง
สาธารณรัฐ โดยแบ่งออกเป็น 10 จังหวัด (Cabo Delgodo, Gaza,
Inhambane, Manica, Maputo, Nampula, Niassa, Sofala, Tele และ Zambezia) และ 1 เมือง (Cidade de Mauto) ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งเป็นประมุข ดำรงตำแหน่งวาระ 5 ปี และไม่เกิน 2 วาระ นายกรัฐมนตรีมาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี เป็นหัวหน้ารัฐบาล ดำรงตำแหน่งวาระ 5 ปี

ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ได้แก่ นาย Armando Guebuza (ได้รับการเลือกตั้งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2552)

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
ชายฝั่งโมซัมบิกเป็นชุมชนทางทะเลของพ่อค้าชาวอินเดีย อาหรับ และเปอร์เซียมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 โดยเป็นชุมทางการค้าทาส งาช้าง ทองคำ และเครื่องเทศ และมีการสร้างครอบครัวของพ่อค้ามุสลิมซึ่งแต่งงานกับหญิงแอฟริกันท้องถิ่น ชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงโมซัมบิก ได้แก่ ชาวโปรตุเกส ในศตวรรษที่ 15 โจรสลัดเข้ามามีอำนาจเหนือน่านน้ำโมซัมบิก ยกกำลังบุกยึดเมืองชายฝั่งโมซัมบิกและสร้างป้อมปราการป้องกันการโจมตีจากอังกฤษและดัตช์ ในศตวรรษที่ 17 ดินแดนโมซัมบิกตอนในถูกแบ่งเป็นเขตเกษตรกรรมภายใต้อาณานิคมของโปรตุเกส แต่กลุ่มโจรสลัดก็ยังคงบุกยึดหมู่บ้านและเมืองต่างๆอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ชาวแอฟริกันท้องถิ่นดิ้นรนเป็นอิสระจากอาณานิคมโปรตุเกส

ใน ค.ศ. 1960 รัฐบาลโปรตุเกสใช้กำลังปราบปรามคนท้องถิ่นที่ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจ นำไปสู่สงครามและการใช้กองทัพฆ่าชาวบ้าน (Mueda Massacre) ใน ค.ศ. 1962 ผู้นำท้องถิ่นที่มีบารมี คือ นาย Eduardo Mondlane ก่อตั้งแนวร่วมเพื่อการปลดปล่อยโมซัมบิก (the Front for the Liberation of Mozambique – Frelimo) ใน ค.ศ. 1969 นาย Mondlane ถูกฆาตกรรม และผู้นำทางทหารของ Frelimo นาย Samora Machel ได้ขึ้นเป็นผู้นำแนวร่วม และใช้ความรุนแรงในการต่อต้านรัฐบาลโปรตุเกส ในที่สุด กลุ่ม Frelimo ได้ชัยชนะและประกาศเอกราชของโมซัมบิกจากอาณานิคมโปรตุเกสในวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1975 โดย Frelimo เป็นพรรครัฐบาลและนาย Samora Machel เป็นประธานาธิบดี

กองทัพโปรตุเกสถอนกำลังจากโมซัมบิกในชั่วข้ามคืน โดยได้ทำลายสาธารณูปโภคพื้นฐาน รถยนต์ และบ่อน้ำสาธารณะในเมืองลงทั้งหมด รัฐบาลใหม่ของนาย Machel ใช้นโยบายการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างรุนแรง (radical social change) ปกครองประเทศแบบสังคมนิยม ยึดทรัพย์สินเอกชนทั้งหมดเป็นของรัฐ และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศคอมมิวนิสต์ในยุโรป

โมซัมบิกกลายเป็นประเทศสัญลักษณ์ที่ประเทศคอมมิวนิตส์ใช้เชิดชูความสำเร็จของการปกครองระบอบสังคมนิยม การเมืองภายในของโมซัมบิกได้รับผลกะทบจากสงครามเย็นอย่างมาก ในทศวรรษที่ 1980 ประเทศเสรีตะวันตกและแอฟริกาใต้เข้าแทรกแซง โดยสนับสนุนกลุ่ม Mozambique National Resistance (Renamo) ก่อสงครามกลางเมือง ทำลายสาธารณูปโภคพื้นฐาน สะพาน ทางรถไฟ โรงเรียน สถานพยาบาล ทำให้การพัฒนาประเทศหยุดชะงัก ปลายทศวรรษที่ 1980 สหภาพโซเวียตล่มสลาย สงครามเย็นสิ้นสุดลง รัฐบาลแอฟริกาใต้ยุติการสนับสนุน Renamo ใน ค.ศ. 1986 นาย Machel เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ และนาย Joaquim Chissano ขึ้นเป็นผู้นำประเทศแทน

นาย Chissano เปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจจากมาร์กซิสเป็นเศรษฐกิจการตลาด และลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพยุติสงครามกลางเมืองกับ Renamo ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1992 และจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปและการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรกของโมซัมบิกในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1994 ซึ่งนาย Chissano ชนะการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี การเลือกตั้งครั้งที่ 2 จัดขึ้นใน ค.ศ. 1999 ซึ่งนาย Chissano ชนะการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีป็นสมัยที่ 2 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 3 เดือนธันวาคม ค.ศ. 2004 นาย Chissano ไม่สามารถลงสมัครได้เนื่องจากดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครบ 2 วาระแล้ว นาย Armando Guebuza เข้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค Frelimo แทนและสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นาย Guebuza ชนะการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี นาย Guebuza ชนะการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งปรธานาธิบดีสมัยที่ 2 ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2009

การเลือกตั้งทั่วไป 28 ตุลาคม ค.ศ. 2009

ผลการเลือกตั้ง ปธน. นาย Armando Guebuza แห่งพรรครัฐบาล คือ พรรค Liberation Front of Mozamibique (FRELIMO) ซึ่งมีบทบาทนำในการปกครองโมซัมบิกมาตั้งแต่ได้รับเอกราช ได้ดำรงตำแหน่ง ปธน. เป็นสมัยที่สอง (วาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี) โดยได้รับคะแนนเสียง 2,974,627 คะแนน หรือร้อยละ 75 ของคะแนนเสียงทั้งหมด มีชัยเหนือผู้สมัครชิงตำแหน่งอีก 2 คน คือ นาย Afonso Dhlakama แห่งพรรคฝ่ายค้านหลัก คือ พรรค Mozambican National Resistance (RENAMO) ซึ่งได้ 650,679 คะแนน หรือร้อยละ 16.41 และนาย Daviz Simango อดีตสมาชิกพรรค RENAMO ที่แยกออกไปตั้งพรรคใหม่ คือพรรค Democratic Movement of Mozambique (MDM) ได้ 340,579 คะแนน หรือร้อยละ 8.59 มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ปธน. 3,965,785 คน หรือร้อยละ 44.52 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 9.8 ล้านคน

ผลการเลือกตั้งรัฐสภา พรรค FRELIMO ได้คะแนนเสียง 2,907,335 เสียง หรือร้อยละ 74.66 ได้ที่นั่งในสภา 191 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจากเดิม 31 ที่นั่ง พรรค RENAMO ได้คะแนนเสียง 688,782 หรือร้อยละ 17.68 ได้ที่นั่งในสภา 51 ที่นั่ง ลดลงจากเดิม 39 ที่นั่ง ส่วนพรรค MDM ซึ่งลงแข่งขันเป็นครั้งแรก ได้คะแนนเสียง 152,836 หรือร้อยละ 3.93 ได้ที่นั่งในสภา 8 ที่นั่ง มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งรัฐสภาร้อยละ 44.44 ของผู้มีสิทธิทั้งหมด ทั้งนี้ พรรค FRELIMO และ RENAMO ลงสมัครเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งทั้ง 13 เขตของโมซัมบิก ในขณะที่พรรค MDM ลงสมัครได้ในเพียง 4 เขต เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งของโมซัมบิกได้ตัดสิทธิของพรรค MDM ในการลงสมัครในอีก 9 เขต โดยอ้างว่ายื่นเอกสารสมัครไม่สมบูรณ์

พรรค FRELIMO ของ ปธน. Guebuza ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยได้เสียงข้างมากเกินกว่า 2 ใน 3 ในรัฐสภา ส่วนการเลือกตั้ง ปธน. ถือเป็นชัยชนะอย่างชัดเจนที่สุดของพรรค FRELIMO ในการเลือกตั้ง ปธน. ทั้งหมดสี่ครั้งที่ผ่านมา ในขณะที่พรรค RENAMO มีผลงานที่ถดถอยลงจากการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ มาก โดยต้องสูญเสียที่นั่งให้ทั้งพรรครัฐบาลและพรรคใหม่ที่แยกตัวออกไป

ทีมสังเกตการณ์เลือกตั้งของ SADC รวม 98 คน ซึ่งนำโดยนาย Eustarckio Kazonga รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมแซมเบียรายงานว่า การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเปิดเผยและโดยสันติ ปราศจากความรุนแรง และถือว่าสอดคล้องกับมาตรฐานและหลักการของภูมิภาค ขณะที่ทีมสังเกตการณ์เลือกตั้งของสหภาพยุโรปรายงานว่า การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อยและโดยสันติ

การเมืองการปกครอง

1. การเมืองการปกครอง
สาธารณรัฐโมซัมบิกปกครองในระบบสาธารณรัฐ ประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ
นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล ฝ่ายบริหารประกอบด้วยประธานาธิบดีซึ่งมาจากการเลือกตั้ง อยู่ในตำแหน่ง
คราวละ 5 ปี และสามารถดำรงตำแหน่งได้ 2 สมัย ประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือนาย Armando Guebuza

พรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ ได้แก่ พรรค Frente de Liberta??o de Mo?ambique (Frelimo) ซึ่ง
เป็นรัฐบาล และพรรค Resist?ncia Nacional de Mo?ambique (Renamo) ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน

ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นระบบสภาเดียวประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 250 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี

ฝ่ายตุลาการมีศาลฏีกาเป็นศาลสูงสุด ผู้พิพากษามาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีและจากรัฐสภา

2. เศรษฐกิจ
โมซัมบิกมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ลุ่ม มีทรัพยากรธรรมชาติมาก โดยเฉพาะด้านอัญมณี ป่าไม้และประมง อัญมณีที่สำคัองโมซัมบิกคือ agate, amethyst, aquamarine, emerald, garnet, jasper, morganite, rose quartz, tiger eye และ tourmaline และมีแหล่งประมงที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะในบริเวณช่องแคบโมซัมบิก

โมซัมบิกมีภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะแก่การปลูกข้าวและพืชผลอื่น เช่น ข้าวโพด และพืชไร่จำพวกที่สามารถทำเชื้อเพลิงชีวภาพได้ ภาคการเกษตรของสาธารณรัฐโมซัมบิกมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ หลังสงครามกลางเมือง รัฐบาลโมซัมบิกได้ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคและการเพาะปลูกในประเทศ มีนโยบายปฏิวัติเกษตรกรรม (Green Revolution) มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตภาคการเกษตร ปัจจุบัน มีแรงงานที่ทำงานอยู่ในภาคการเกษตรร้อยละ 80 พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของโมซัมบิก ได้แก่ ข้าวโพด ถั่วเหลือง มันสำปะหลัง และมะม่วงหิมพานต์ อย่างไรก็ตามคนโมซัมบิกยังคงขาดทักษะในการทำการเกษตร รวมถึงขาดเครื่องจักรกลขนาดเล็ก เช่น เครื่องไถ และเครื่องหยอดเมล็ดข้าว ทำให้มีผลผลิตต่อไร่ไม่สูงนัก ปัจจุบัน จีนได้ขอเช่าพื้นที่ในโมซัมบิกเพื่อทำการเพาะปลูกพืช เวียดนามได้เริ่มให้ความช่วยเหลือทางวิชาการเกษตรแก่โมซัมบิกแล้ว และสหรัฐอเมริกามีโครงการให้ความช่วยเหลือ โดยการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มการค้าผลิตผลเกษตรกับโมซัมบิก ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ ปรับปรุงการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ และให้ความช่วยเหลือจัดตั้งสมาคมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อ ผู้ลงทุน ผู้ผลิต ผู้จัดหา ผู้แปรรูป และผู้จัดจำหน่าย

โมซัมบิกมีหน่วยงานส่งเสริมการลงทุน โดยมีมาตราการด้านภาษีจูงใจสำหรับนักลงทุน แต่การให้สิทธิพิเศษจะต่างกันไปตามเขตที่นักลงทุนไปลงทุนและประเภทของการลงทุน แต่โดยเฉลี่ย นักลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าประมาณร้อยละ 50-80 โดยเฉพาะภาษีเครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตร และการก่อสร้าง นอกจากนี้โมซัมบิกยังได้กำหนด Rapid Development Zone เช่นจังหวัด Niassa, Nacala และZambezi และเขต Ilha de Mozambique และ Ibo Island ซึ่งนักลงทุนจะได้สิทธิพิเศษทางภาษีด้านอื่นๆด้วย เช่น ภาษีการโอนที่ดิน เป็นต้น

เมือง Tete ทางตอนเหนือของโมซัมบิกมีถ่านหินจำนวนมาก (คาดว่าน่าจะมากที่สุดในโลก) ขณะนี้มี
นักลงทุนจากบราซิล (บริษัท Companhia Vale do Rio Doce) ได้สัมปทานทำเหมืองถ่านหินในเขตดังกล่าว
โดยที่โมซัมบิกผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำกว่าร้อยละ 90 จึงยังไม่ได้ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้ามากนัก จึงเป็นไปได้ที่ราคาถ่านหินในโมซัมบิกจะยังคงมีราคาถูกเนื่องจากความต้องการใช้ยังมีไม่มาก แต่อาจจะมีปัญหาในเรื่องการขนส่งไปที่ท่าเรือ ปัจจุบัน บริษัทอินเดียรายหนึ่งกำลังซ่อมแซมทางรถไฟจากเมือง Tete ไปยังท่าเรือเมือง Beira ระยะทางประมาณ 900 กม. เพื่อให้การขนส่งถ่านหินเป็นไปได้สะดวกยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน โมซัมบิกยังมีปัญหาที่สำคัญคือความขลุกขลักในการจัดการภายในประเทศ ใช้ภาษาโปรตุเกสเป็นหลัก ประชากรส่วนมากไม่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร และมีไข้มาลาเรียระบาดเป็นระยะ

สาธารณรัฐโมซัมบิกถือเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูประเทศภายหลังจากปัญหาความไม่สงบภายในประเทศ โดยนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดปัจจุบันเน้นการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยทำให้ระบบเศรษฐกิจมวลรวมของประเทศมีเสถียรภาพและปรับปรุงการบริการภาคสาธารณะให้ดีขึ้น โดยมุ่งหมายว่า หากสามารถทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ในระดับที่กำหนดไว้จะสามารถลดปัญหาความยากจนได้ ในส่วนของนโยบายการคลัง รัฐบาลได้ใช้จ่ายงบประมาณเป็นจำนวนมากในโครงการบรรเทาความยากจน

อุตสาหกรรมที่สำคัญของโมซัมบิก ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ อะลูมินั่ม ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม สิ่งทอ ซีเมนต์ แก้ว และยาสูบ สินค้าที่โมซัมบิกส่งออก ได้แก่ อะลูมินั่ม เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ กุ้ง น้ำตาล และฝ้าย โดยประเทศที่โมซัมบิกส่งสินค้าออก ได้แก่ เบลเยี่ยม แอฟริกาใต้ สเปน และเนเธอร์แลนด์ ส่วนสินค้าที่โมซัมบิกนำเข้า ได้แก่ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ยานพาหนะ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ โดยนำเข้าจากประเทศต่างๆ ได้แก่ แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย จีน และโปรตุเกสสินค้านำเข้าสำคัญ คือ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ อาหารและเครื่องนุ่งห่ม โดยภาพรวม คู่ค้าที่สำคัญของโมซัมบิก คือ แอฟริกาใต้ (ร้อยละ 36.6) เนเธอร์แลนด์ (ร้อยละ 15.6) และโปรตุเกส (ร้อยละ 33)

3. นโยบายต่างประเทศ
ปัจจุบันสาธารณรัฐโมซัมบิกมีนโยบายด้านการต่างประเทศที่เน้นความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศแอฟริกาใต้ ซิมบับเว แองโกลา มาลาวี และประเทศสมาชิกของ Southern African Development Community (SADC) อื่นๆ ด้วย รวมถึงประเทศตะวันตกซึ่งเป็นประเทศผู้บริจาค และโปรตุเกส (อดีตเจ้าอาณานิคม) โดยนานาประเทศได้แสดงความยินดีที่โมซัมบิกเป็นประเทศต้นแบบในการฟื้นฟูประเทศภายหลังภาวะสงครามกลางเมือง

เศรษฐกิจการค้า

ข้อมุลเศรษฐกิจโดยทั่วไป

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2551)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 373.83 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2550)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 6.8 (ปี 2550)
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐโมซัมบิก


1. ความสัมพันธ์ทั่วไป
1.1 การทูต
ไทยและโมซัมบิกสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2532 (1989) โดยไทยได้แต่งตั้งให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย มีเขตอาณาดูแลโมซัมบิก นายธฤต จรุงวัฒน์ ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศโมซัมบิก และนาย Carlos Ant?nio da Conceic?o Simbine เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำโมซัมบิก ส่วนโมซัมบิกได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตโมซัมบิกประจำกรุงจาการ์ตา มีเขตอาณาดูแลไทย และมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำไทย นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐโมซัมบิกประจำประเทศไทย

1.2 เศรษฐกิจ
การค้าระหว่างไทยและสาธารณรัฐโมซัมบิกยังไม่มีปริมาณไม่มาก ทั้งสองประเทศมีมูลค่าการค้าระหว่างกันในปี 2551 จำนวนทั้งสิ้น 136.49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยออกสินค้าไปยังโมซัมบิกมีมูลค่า 98.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากโมซัมบิกมีมูลค่า 37.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าที่ไทยส่งออกไปยังโมซัมบิก ได้แก่ ข้าว รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป และเม็ดพลาสติก ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากซัมบิก ได้แก่ ด้ายและเส้นใย สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป และกึ่งสำเร็จรูป แร่และผลิตภัณฑ์จากแร่ ไม้ซุง ไม้แปรรูป และผลิตภัณฑ์ และเครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่ง และทองคำ ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าจำนวน 25.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี เป็นที่คาดการณ์ว่าการค้าระหว่างประเทศทั้งสองมีโอกาสจะขยายตัวต่อไปในอนาคต

คนโมซัมบิกเดินทางมาไทยประมาณ 500 คน ต่อปี ซึ่งยังเป็นจำนวนไม่มากนัก โดยคนโมซัมบิกส่วนใหญ่ที่เดินทางมาติดต่อธุรกิจในไทยมักสั่งซื้อสินค้าประเภทเสื้อผ้าและสิ่งทอ เช่นเดียวกับคนแอฟริกาในประเทศอื่น เนื่องจากทราบว่าสินค้าไทยประเภทนี้ราคาถูกและมีคุณภาพ ไทยอาจพิจารณาดึงดูดกลุ่มผู้ค้ารายย่อยโมซัมบิกให้ไปซื้อสินค้าประเภทดังกล่าวจากไทยให้มากขึ้น

2. คนไทยในโมซัมบิก
ขณะนี้มีคนไทยประมาณ 20-30 คน เข้าไปขุดพลอยที่เมือง Nampura ทางตอนเหนือของโมซัมบิก

3. ความร่วมมือทางวิชาการ
ไทยให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการแก่โมซัมบิกอย่างต่อเนื่อง ผ่าน สพร โดยเฉพาะในสาขาประมงพื้นบ้าน การเพิ่มผลผลิตข้าว และสาธารณสุข

4. ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
4.1 ความตกลงที่ลงนามแล้ว
ไม่มี

4.2 ความตกลงที่อยู่ระหว่างพิจารณาจัดทำ
1) ความตกลงความร่วมมือทางวิชาการไทย-โมซัมบิก
2) พิธีสารความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-โมซัมบิก
3) ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมไทย-โมซัมบิก
4) ความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ไทย-โมซัมบิก

5. การแลกเปลี่ยนการเยือน
5.1 ฝ่ายไทย
คณะผู้แทนการค้าไทยนำโดยนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนโมซัมบิกเพื่อสำรวจลู่ทางการค้าและการลงทุนเมื่อเดือนมีนาคม 2544

5.2 ฝ่ายโมซัมบิก
นาย Mario da Graca Machungo นายกรัฐมนตรีโมซัมบิกเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลในระหว่างวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2535

 

 


 

 

ช่องทางรับโปรโมชั่น พิเศษ!!


 

VISITOR

 สถิติวันนี้

956 คน

 สถิติเมื่อวาน

2443 คน

 สถิติเดือนนี้

สถิติปีนี้

สถิติทั้งหมด

43828 คน

325190 คน

3289073 คน

เริ่มเมื่อ 2012-06-11



   

     TOURISM AUTHORITY OF THAILAND
   LICENSE NO. 11/06794

 © 2011 Tourinloveallway  All rights reserved.


📞 02-174-2214-5 , 02-1742346-7
📱  088-886-0049 , 091-797-6745 , 088-449-2534
💬 line: @tourinlove
   facebook: http://www.facebook.com/ILoveTourInLove/
 follow us official